บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Commodities Update
ความรุนแรงระหว่างสหรัฐ-อิหร่านประทุขึ้นอีกครั้ง!
Event
อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์
Impact
ตลาดน้ำมันดิบ: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่านเร่งตัวขึ้นอีกรอบ
ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงเล็กน้อย 1% WoW เป็น US$92/bbl ในสัปดาห์ที่แล้ว (จาก US$93/bbl) ท่ามกลางการเจรจาระหว่างอิหร่าน-โอมานเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองประเทศกำลังเจรจาทำข้อตกลงการเดินเรือถาวรที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยตั้งเป้าจะบรรลุข้อตกลงภายใน 30-60 วัน แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นในวันจันทร์เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายมีการยิงตอบโต้กันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ซึ่งทางอิหร่านอ้างว่ามีเรือขนาด supertanker ในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีทุ่นระเบิดทางทะเลสองทุ่น ซึ่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้มีรายงานข่าวว่ากองทัพสหรัฐได้โจมตีเครื่องปล่อยทุ่นระเบิดของอิหร่านเมื่อคืนวันอาทิตย์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตี อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนและพื้นที่ทางฐานของสหรัฐใน UAE ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐได้ประกาศบรรลุข้อตกลง ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วจากรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา Delcy Rodriguez ว่าสหรัฐจะถือหุ้น 55% ในบริษัทใหม่ที่ให้สิทธิ์ 100 ปีในการพัฒนาแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา
ตลาดโรงกลั่น: spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลลดลง WoW
GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ลดลง 39% WoW เป็น US$10.6/bbl (จาก US$17.3/bbl) เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซินลดลง 5% WoW เป็น US$23.6/bbl, spread ของน้ำมันเครื่องบินลดลง 13% WoW เป็น US$53.7/bbl และ spread ของน้ำมันดีเซลลดลง 12% WoW เป็น US$62.1/bbl แต่อย่างไรก็ตาม crack spread ของน้ำมันทั้งสามชนิดในภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะได้แรงหนุนจาก i) ความรุนแรงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม, ii) รัสเซียขยายเวลาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลไปจนถึง 31 มกราคม 2570 และ iii) สต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ ในขณะเดียวกันเรายังคงคาดว่าค่าการกลั่นของไทยจะลดลง QoQ มาอยู่ระดับสิบกลางๆ ใน 3Q69F เนื่องจากต้นทุน crude premium, ค่าระวางขนส่ง และค่าประกันภัยสูงขึ้น
ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE และ PET เพิ่มขึ้น แต่ spread ของ PP ลดลง WoW
Spread ของ HDPE เพิ่มขึ้น 6% WoW เป็น US$435/ton (จาก US$410/ton) แต่ spread ของ PP ลดลงเล็กน้อย 1% WoW เป็น US$485/ton (จาก US$489/ton) แต่อย่างไรก็ตาม spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่อยู่ต่ำกว่า US$300/ton เนื่องจากอุปทาน polyolefins ตึงตัวขึ้นตามการผลิตที่ลดลงของ olefins จากวัตถุดิบ naphtha ท่ามกลางสถานการณ์ naphtha ตึงตัวและมีปริมาณน้ำมันดิบจำกัดที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงแครกเกอร์ ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียฟื้นตัวขึ้น 6% WoW เป็น US$84/ton (จาก US$79/ton) แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก (ต่ำกว่า US$100/ton) เพราะอุปสงค์ PET ลดลงหลังผ่านช่วง peak ในหน้าร้อนไปแล้ว









