ตะวันออกกลางนำพาความกังวลต่อเนื่อง // 1,565–1,590

คาด SET Index ปรับตัวลง: แรงกดดันยังคงมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและความกังวลว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินในเชิงเข้มงวด หากแต่ยังพอมีแรงพยุงจากความหวังโครงการ/มาตรการภาครัฐ อีกทั้ง หวังแรงพยุงจากการสะสมหุ้นปันผลและหุ้นที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตใน 2H69

กลยุทธ์การลงทุน

1) พลังงานและเกี่ยวเนื่อง: BCP, IVL, NER, PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, STA, TOP, TRUBB

2) หวังโครงการรัฐ รวมถึงงบฯ 70: AMATA, BLA, CK, GULF, GUNKUL, ILINK, KTB, PYLON, SEAFCO, STECON, TIPH, TLI

3) คาดผลการดำเนินงาน 2H69 เติบโต: AP, CBG, ITC, PRM, PSL, TCAP

4) หุ้นทยอยขึ้น XD: BBL, BCPG, HMPRO, KBANK, KKP, SCB, TISCO, TTB, TTW

  • น้ำมันขึ้นต่อ US bond yield ก็ขึ้นต่อเช่นกัน: คาดแรงกดดันมาจากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ซึ่งเปิดที่ $90.65 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากราคาเปิดวานนี้ที่ $86.30 ต่อบาร์เรล และนับเป็นการเพิ่มขึ้นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยภาพข้างต้นเกิดขึ้นหลังเมื่อคืนที่ผ่านมา CENTCOM ได้เริ่มโจมตี IRGC และต่อมาในเวลาประมาณตี 5 ครั้งนี้ได้มีการระบุถึงความสำเร็จของการโจมตีข้างต้น ทั้งนี้ ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวขึ้นข้างต้นยังนำไปสู่ความกังวลภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯและทิศทางนโยบายการเงินของเฟด สะท้อนจาก US bond yield 2 และ 10 ปีที่ต่างปรับตัวขึ้นโดยเช้านี้ (6.30 น.) อยู่ที่ 4.40% และ 4.80% เพิ่มขึ้นจาก 24 ชม.ที่ผ่านมาที่ 4.34% และ 4.75% ตามลำดับ รวมถึง FedWatch Tool ซึ่งให้น้ำหนัก 66.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ จากภาพข้างต้นส่งผลให้เรามองเป็น Sentiment เชิงลบต่อการลงทุนในทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index นอกจากนี้ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมายังเริ่มส่งผ่านผลกระทบมาถึงไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อภาวะต้นทุนของภาคธุรกิจและค่าครองชีพของผู้บริโภค สอดรับกับการประกาศขึ้นราคาดีเซลและเบนซิน 0.75 บาท/ลิตร และ 0.60 บาท/ลิตร ตามลำดับ โดยมีผลวันนี้
  • ครม.สัญจรเคาะโครงการมูลค่ามหาศาล: อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัดอยู่บ้าง โดยนอกจากนี้แรงพยุงที่มีแนวโน้มมาจากหุ้นในกลุ่มพลังงานแล้ว SET Index ยังมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากความหวังโครงการ/มาตรการภาครัฐ หลังครม.สัญจรวานนี้มีมติที่น่าสนใจ อาทิ 1) การเห็นชอบอนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 รวม 6 โครงการ รวมวงเงิน 1.07 แสนล้านบาท และ 2) การเห็นชอบหลักการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยภาครัฐจัดซื้อประกันภัยแก่ประชาชน ให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ในอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ เรามอง Downside ของ SET Index ยังมีแนวโน้มถูกจำกัดไว้ด้วยการเก็บสะสมหุ้นปันผลที่ทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนนี้ รวมถึงการเก็บสะสมพื้นฐานดี โดยเฉพาะหุ้นที่ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตได้ใน 2H69

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) เรือ USS Abraham Lincoln และเรือร่วมขบวน รวม 3 ลำ มีกำหนดเทียบท่าในพื้นที่ชลบุรีระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย.69 มีกำลังพลกว่า 5 พันนาย โดยประมาณ 60% คาดว่าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักค้างคืนในเมืองพัทยา

(+) สคร.เผยผลการจัดเก็บรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ ในช่วง 11FY69 อยู่ที่ 197,356 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายปี FY2569 ที่ 182,600 ล้านบาท พร้อมคาดทั้งปีจะอยู่ที่ 203,000 ล้านบาท

(+) ญี่ปุ่นเห็นชอบการใช้เงินงบประมาณสำรองฉุกเฉินจำนวน 6.16 แสนล้านเยน จากงบประมาณประจำปีปัจจุบัน เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินมาตรการต่างๆ อาทิ การตรึงราคาน้ำมันเบนซิน

(-) ธปท.เผยว่าเดือนส.ค.69 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ระดับ 49.8 ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ ส่งผลให้การใช้จ่ายยังเน้นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นเป็นหลัก

Picks of the day

PRM [BUY]

  • เป้าหมาย 9.90 / 10.00 แนวรับ 9.35 / 9.50
  • ช่วง 2H69 คาดโตได้ต่อเนื่อง: ทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในทุกไตรมาส จากความต้องการใช้เรือ FSU ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงไปจนสิ้นปี ในขณะธุรกิจเรือขนส่งน้ำมัน เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากเรือใหม่ 2 ลำที่เริ่มให้บริการในไตรมาสก่อนหน้า และมีแผนเพิ่มเรืออีก 3 ลำเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังหนุนรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจ OSV คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีใน 3Q69 จากการกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบของเรือ AWB และการเติบโตตามจำนวนเรือให้บริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กลยุทธ์หลักและการปรับปรุงกองเรือ: บริษัทมีกลยุทธ์ทยอยปลดระวางเรือเก่าที่มีอายุการใช้งานสูงในกลุ่มขนส่งน้ำมันในประเทศ (เช่น เรือเก่าอายุ 38 และ 47 ปี) และเน้นจัดหาเรือมือสองสภาพดีที่มีอายุการใช้งานประมาณ 18 ปีเข้ามาทดแทน และเพิ่มขนาดเรือเพื่อ Economy of Scale
PTT [BUY]
  • เป้าหมาย 42.50 / 43.50 แนวรับ 40.00 / 41.00
  • หุ้นปันผลระยะยาว: เรายังมองบวกต่อบริษัท จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งตาม Portfolio ธุรกิจพลังงานของบริษัทที่ครบวงจร รวมไปถึงการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอในระยะยาว ซึ่งยังมี Upside จากสภาพคล่องที่สูงขึ้นในอนาคตจากการทยอยทำ Asset Monetization ข้างต้น โดยเราคาดอัตราผลตอบแทนปี 69 ประมาณ 4-6%
  • กำไรโตทั้ง q-q, y-y: งบ 2Q69 ออกมา 52,525 ลบ. +104%q-q, +144%y-y ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสำรวจและผลิตที่มี EBITDA เพิ่มขึ้น +27%q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้นและราคาขายเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับธุรกิจก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้น +50%q-q เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซช่วงต้นปี
- Advertisement -