บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Restaurant Sector
พลิกจาก margin กดดัน…ไปสู่กำไรที่ฟื้นตัวดี (Neutral Maintained)
Event
Update กลุ่มธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย
Impact
SSSG ใน ก.ค. ส่วนใหญ่ยังคงติดลบ
เราคาดว่าตลาดร้านอาหารไทยคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จาก i) ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว ii) พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และ iii) การพัฒนาของแพลตฟอร์ม food delivery แต่อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ใน ก.ค. ยังคงติดลบเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ After You (AU.BK/AU TB) มี SSSG เป็นบวก (+เลขหลักเดียว) หนุนจากอุปสงค์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัวและการออกเมนูใหม่ ๆ ส่วน MK Restaurant Group (M.BK/M TB)* (-1%), Maguro Group (MAGURO.BK/MAGURO TB) (-7–9%), Pluk Phak Praw Rak Mae (OKJ.BK/OKJ TB) และ ZEN Corporation (ZEN.BK/ZEN TB) ยังคงรายงาน SSSG ติดลบอยู่ โดยภาพรวม เราคาด SSSG ในระยะใกล้จะยังอ่อนแอลงเนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงกดดันการใช้จ่ายในร้านอาหาร
กำไร 1H69 เติบโตตามหลังรายได้ที่เติบโตขึ้น
กลุ่มธุรกิจร้านอาหารสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ i) ผู้นำการเติบโต: MAGURO ด้วยทั้งรายได้และกำไรยังคงเติบโต ii) กลุ่มฟื้นตัว: ทั้ง AU และ M ซึ่งรายได้ที่เติบโตยังไม่สามารถแปลงเป็นกำไรให้เติบโตด้วยได้ จาก margin ถูกกดดันอยู่ และ iii) กลุ่มท้าทาย: OKJ ซึ่งยังคงเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอและกำไรที่ลดลง ขณะที่ ผู้ประกอบการร้านอาหาร 5 รายรายงานรายได้รวม 1H69 เติบโต 7% YoY ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท แต่กำไรสุทธิรวมลดลง 36% YoY อยู่ที่ 517 ล้านบาท จากคชจ. COGS และ SG&A เพิ่มขึ้น 14% และ 8% YoY ตามลำดับ (เพิ่มสูงกว่ารายได้ที่เติบโต) แต่มีเพียง MAGURO เพียงรายเดียวที่ทั้งรายได้และกำไรสามารถเติบโตพร้อมกันได้ แต่ทั้ง M และ AU มีกำไรลดลงแม้รายได้จะเติบโตก็ตาม ส่วน ZEN ยังคงสามารถรับมือได้ค่อนข้างดี โดยกำไรเพิ่มขึ้น 5% YoY แม้รายได้ลดลง 5% หนุนจากการคุมต้นทุนได้ดีและการใช้ประโยชน์สูงสุดของสาขา
คาด margin ที่ฟื้นตัวจะดันให้กำไรเติบโตดี
เราคาดว่ากำไร 2H69F จะดีขึ้นและปี 2570F จะยิ่งเร่งตัวขึ้นอีก เมื่อสาขาใหม่เริ่มเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ และ operating leverage ดีขึ้น โดยที่ทั้ง M และ MAGURO (เร่งขยายสาขา 1H69) น่าจะได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นจากสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งจะช่วยดันให้ margin ฟื้นตัวดีแม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้นก็ตาม ขณะนี้ เราคาดกำไรสุทธิรวมปี 2569F ที่ 1.19 พันล้านบาท (-9% YoY) ก่อนฟื้นตัว 18% YoY ที่ 1.4 พันล้านบาทในปี 2570F ขับเคลื่อนจากการขยายสาขาต่อเนื่อง การออกแบรนด์ใหม่ และการประหยัดต่อขนาด (economies of scale) ที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ เรามองว่าปี 2570F จะเป็นปีที่เห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยคาดว่า AU, M และ MAGURO จะมีกำไรเติบโต 9%, 21% และ 18% ตามลำดับ
Valuation & Action
เรามองว่ากลุ่มร้านอาหารยังคงถูกกดดันจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดที่ใหญ่ (mass-market) ซึ่งยังถูกกระทบจากการใช้จ่ายชะลอตัวและผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (ไทยช่วยไทยพลัส) ดังนั้น แนวโน้มกำไรจึงแตกต่างกันมากในแต่ละผู้ประกอบการ โดยที่ OKJ ยังคงเผชิญกับการชะลอตัว ขณะที่ทั้ง M และ AU ยังรอการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วน MAGURO ยังคงเป็นหุ้นเติบโตดี ดังนั้น เราจึงให้น้ำหนักลงทุนแบบเลือกรายตัวมากกว่าการลงทุนแบบกระจายในวงกว้าง และคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มร้านอาหาร “เท่ากับตลาดฯ” โดยที่เลือก MAGURO (OP, TP 25 บาท) เป็นหุ้นเด่นของเราจากคาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะยังเติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์การกระจายพอร์ตร้านอาหารให้หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ดี เรายังชอบ M* (OP, TP 26 บาท) โดยคาดกำไรปี 2570F จะฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญมากขึ้น เมื่อการปรับกลยุทธ์ไปสู่ buffet segment เริ่มเห็นผลมากขึ้น ซึ่งจะดันทั้งรายได้เติบโตและความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นด้วย ส่วน AU (Neutral, TP 4.42 บาท) เราคาดว่ากำไร 2H69F จะฟื้นตัวจากจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวดีและกำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้นช่วงปลายปี
Risks
การบริโภคอ่อนแอกว่าคาดกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น







