Warsh ส่งสัญญาณจริงจังกับการควบคุมเงินเฟ้อทำตลาดตกใจแต่ปีหน้า FED คงดอกเบี้ยทั้งปี

MARKET UPDATE

Dow Jones ร่วง 631 จุด S&P500 และ Nasdaq ปรับลดลง กดดันจากสัญญาณ Dot Plot ที่ชี้ว่า 16 ใน 18 กรรมการ FOMC คาดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ลง 3.2% หลังซาอุฯ ระบุท่อส่งน้ำมันจะกลับมาเปิดบางส่วนเร็วๆ นี้

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

FED ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดหมายไว้แต่มีการปรับ PCE เฉลี่ยขึ้นเป็น 3.7% จากเดิม 3.6% พร้อมกับดอกเบี้ย Terminal Rate ปีนี้ที่ 4.1% เท่ากับปีนี้จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งส่วนปีหน้า FED ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยตลอดปี 2028 แต่สาเหตุที่ตลาดปรับลงแรงเป็นเพราะ Warsh ระบุถึงภาวะ CPI ที่ยังคงสูงเกินไปและยืดเยื้อมานาน การแถลงเช่นนี้ทำให้ตลาดตีความว่า FED อาจจะกระทำทุกทางเพื่อกดเงินเฟ้อสะท้อนมุมมองเชิง Hawkish ความเห็นจาก CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนัก 50% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยระดับเดิมการประชุม ต.ค. แต่จะปรับขึ้นเดือน ธ.ค. 0.25% หากเป็นไปตามที่ FED ประเมินก็เชื่อว่าจะไม่ได้กดดันสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก

ปัจจัยในประเทศ

เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้น Nikkei +1% เกาหลี 0.5% แต่เงินบาทอ่อนค่ามา 33.38 B / $ การปรับขึ้นดอกเบี้ย FED ดีกับหุ้นธนาคาร , ส่งออก วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1550 – 1580 กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Yield ปรับขึ้น อาทิ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มส่งออก (ITC TU) กลุ่ม Value Play (BDMS BCH BH) ปัจจัยอื่นๆภาครัฐประกาศเลื่อนโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสออกไปแต่เชื่อกระทบกลุ่มโรงแรมไม่มากเพราะเป็นช่วยปัจจัยฤดูกาล โดยรอติดตามท่าทีของกระแสเงินทุนต่างชาติที่เห็นการไหลออกวานนี้มากถึง 7.2 พันล้านบาททำให้สะสม YTD เหลือเพียง 4.9 หมื่นล้านบาท

TOP PICK

KBANK (ซื้อ) TP: Bt 259

  • มองว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะทำการเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมายในปี 2026 เพราะภาวะการลงทุนที่แข็งแกร่ง

TU (ซื้อ) TP: Bt 15.4

  • 2H26 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้
- Advertisement -