แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
มีเด้งบ้าง แต่ตลาดยังเปราะบาง… หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอีก (เป็นไปตามที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 1.01% รับแรงกดดันจาก i) แรงขายในหุ้นกลุ่มที่มีข่าวลบเข้ามา เช่นโรงกลั่น… หลังภาครัฐฯ หั่นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 4 บาท/ลิตร ซึ่งมากกว่าที่คาด และกลุ่มท่องเที่ยว… ที่มีจิตวิทยาลบหลัง ก.ท่องเที่ยวเลื่อนมาตรการ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ จากไตรมาส 4/2569 ไปเป็น เม.ย. 2570 ทั้งนี้ ปัจจัยลบดังกล่าวผนวกกับภาพใหญ่ของตลาดโลกที่รอดูผลประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้ต่างชาติขายสุทธิหนัก 7.2 พันล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ รีบาวด์ได้บ้าง แต่ตลาดยังเปราะบางมาก น่าจะยังผันผวนสูง … ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และดัชนีค่าเงินดอลลาร์ฯ พุ่งต่อ หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย FFR 0.25% สู่ 4.00% และส่งสัญญาณปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในการประชุม ธ.ค. 2569 ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยปี 2570 น่าจะทรงตัวตลอดทั้งปี ii) สัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ ให้น้ำหนัก 88% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 9 ธ.ค. 2569… อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันดิบปรับฐานเมื่อคืน หลังมีข่าวซาอุฯ กำลังหาทางส่งออกน้ำมันผ่านทางโอมาน เพื่อลดผลกระทบจากท่อส่งน้ำมัน East-West ที่เสียหายหนัก
ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะมีนัยต่อตลาด… i) นักเศรษฐศาสตร์ KGI มองว่า กนง. จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามเฟด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปี 2570 น่าจะโตชะลอจากปีนี้ ผนวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง (ปัญหา K-shaped economy ยังอยู่) ii) ภาครัฐฯ ฟันธงต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ไปถึงสิ้นปี 2569 เพื่อประคองเศรษฐกิจไตรมาส 4/2569
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
หุ้น Defensive yield KKP*, BDMS* / ซื้ออ่อนตัว DELTA*
- KKP (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* 1) ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มกำไร 2H69 ยังเด่น และเรายังชอบปันผลสูง ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินรายได้จากตลาดทุนและธุรกิจ Wealth management จะหนุนการเติบโตของกำไรใน 2H69 ขณะที่ Credit cost ธุรกิจสินเชื่อแนวโน้มลดลง นอกจากนี้เราประเมินอัตราผลตอบแทนปันผลที่สูงปีละ 7% (2H69 คาดปันผลอีก 4.4 บาท/หุ้น Dividend yield 3.8%) 2) ราคาหุ้นฟื้นตัวหลัง XD และ Sideway ในกรอบฯ แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 114 บาท / แนวต้าน 119 – 121.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 123 บาท (Stop loss 112 บาท)
- BDMS (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q – 4Q ฟื้นตัวเด่น ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 3Q69 จะโต YoY QoQ หลังรายได้เดือน ก.ค. – ส.ค. โต 8-10% YoY โดยคาดการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั้งต่างชาติและไทยหนุนผลการดำเนินงานในช่วง High season 2) Valuation ยังต่ำเทียบในอดีต PBV 3.08 เท่า (-1.5 SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) Dividend yield ปี 2569-70 ปีละ 3.8% – 4.1% 3) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัว Sideway up ในกรอบแนวรับ ประเมินแนวรับ 19.9 บาท / แนวต้าน 20.3 – 20.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไปกรอบ Uptrend line channel +/-21.4 บาท (Stop loss 19.5 บาท)
- DELTA (เป้าพื้นฐาน 320 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นล่าสุดปรับลงจาก Sentiment ลบระยะสั้น พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน ราคาหุ้นที่ปรับลงแรงวานนี้จากความกังวลต่อการขายหุ้นกู้แปลงสภาพโดยผู้ถือหุ้นใหญ่ (ให้สิทธิการแปลงสภาพเป็นหุ้น DELTA* ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ถืออยู่ไม่ได้เป็นการเพิ่มทุนใหม่) อย่างไรก็ดี เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ DELTA* จะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H69 – ปี 2570 จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของ AI ทั่วโลก 2) ราคาหุ้นปรับลงแรงหลังหลุดค่าเฉลี่ย 200 วัน และจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold แนะนำซื้ออ่อนตัว ที่แนวรับถัดไป ประเมินแนวรับ 230 บาท และ 220 บาท ตามลำดับ / แนวต้าน 244 – 248 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 260 บาท (Stop loss 220 บาท)
-
โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 5.85 บาท) ASEFA (Stop loss 6.0 บาท) WHA* (Stop loss 4.64 บาท) STECON* (Stop loss 17.6 บาท)
-
พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 45.75 บาท) BBGI (Stop loss 6.2 บาท)
-
สินค้าโภคภัณฑ์: GFPT* (Trailing stop 10.1 บาท)
-
หุ้น Defensive yield: KTB* (Stop loss 43.24 บาท … XD 0.48 บาท/หุ้น วันที่ 22 ก.ย.)
-
กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29 บาท) BCH* (Stop loss 10.9 บาท)
-
Stop loss / Trailing stop: BTG* (แนะนำ 10 ก.ย.) ADVANC* (แนะนำ 11 ก.ย.)
-
KKP*แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 145 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ปรับประมาณการฯขึ้นและปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 145 บาท (เดิม 125 บาท) โดยประเมินรายได้จากตลาดทุนและธุรกิจ Wealth management ที่เด่น จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรใน 2H69 ขณะที่ Credit cost แนวโน้มลดลง ชดเชยรายจ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นได้ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และประเมิน Dividend yield สูงปีละ 7%
-
AP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 9.4 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินยอดขาย Presales ในเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่แข็งแกร่งหนุนยอดขาย Presales ใน 3Q69 จะโต YoY QoQ เป็น 1.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดขาย Presales 9M69 จะเพิ่มเป็น 3.8 หมื่นล้านบาท (+15% YoY) หรือคิดเป็น 78% ของเป้าทั้งปีที่ 4.9 หมื่นล้านบาท คาดแนวโน้มกำไร 2H69 จะโต HoH ขณะที่ประมาณการฯมี Upside จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัว ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย ประเมิน Dividend yield ปีนี้ 6.5%
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








