สถานการณ์รวมๆ ยังไม่เป็นบวกกับตลาดหุ้นเท่าใดนัก Yield และน้ำมันปรับขึ้น แต่ดีกับส่งออก
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดลบ 161 จุด (-0.3%) ตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังรุนแรงกดดันน้ำมันดิบและกังวลไปถึงเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.4% หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีที่ได้รับแรงหนุนจากอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุฯ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ META +4.5% GOOGL +1.3%
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
สถานการณ์รวมๆยังน่ากังวลทั้งการโจมตีกันในตะวันออกกลางและผู้นำอิหร่านที่ระบุชัดเจนว่าจะไม่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯทั้งหมดสะท้อนว่ายืดเยื้อเมื่อคืน US Bond Yield พากันปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งและสูงสุดในรอบหลายปี ในหลายๆรุ่นอายุไม่ว่าจะเป็น 2 10 30 ปี หนุนดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่าและเงินบาทกลับมาอ่อนค่า CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนักมากถึง 67.5% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. ด้านตัวเลขเศรษฐกิจประกาศคนขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 1.97 แสนรายใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ของตลาด คืนนี้รอติดตามท่าทีพบปะกันระหว่างสหรัฐฯกับจีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจรอติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนคาดการณ์ที่ 47.4
ปัจจัยในประเทศ
เงินบาทที่อ่อนค่าอาจกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติที่เช้านี้กลับมาทดสอบ 33.47 บาท / $ สอดคล้องกับวานนี้ให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 661 ล้านบาท แต่ตลาดหุ้นไทยอาจเกิดการหมุนกลุ่มเล่นจาก Tech > Value Stock , Energy ทำให้ SET จะไม่ได้มี Downside Risk ที่มากนัก
ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1590 – 1620 บรรยากาศรวมๆยังเป็นลบ DJIA Future แกว่งลบ 0.2% ทองคำปรับลง -0.2% กลยุทธ์การลงทุนเน้น Sector ที่มีปัจจัยหนุนอย่างพลังงาน (PTT PTTEP TOP BCP) ธนาคารฯ (BBL KBANK KTB SCB) Defensive (ADVANC BDMS BH BCH PR9) ส่งออก (ITC TU)
TOP PICK
ITC (ซื้อ) TP: Bt 19.90
แนวโน้มผลประกอบการช่วง 2H26 ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้วยผลดีของการปรับราคาขายเพื่อรับกับผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลาย 1Q26 รวมกับการออกสินค้าใหม่ของลูกค้าจากสหรัฐฯ
TU (ซื้อ) TP: Bt 15.4
2H26 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างต่อเนื่อง









