บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ฟื้นตัว… โฟลว์เข้าหุ้นไทยน่าจะดีขึ้น หลังอินโดฯ เผชิญความเสี่ยงเพิ่ม

เมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว (ก่อนหยุดยาว 3 วัน) ตลาดหุ้นไทยเทรดผันผวนก่อนปิดลบเล็กน้อย (ใกล้เคียงที่คาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.18% เนื่องจาก i) หุ้น DELTA* ลดลงค่อนข้างแรงตามความกังวลต่อการแข่งขันในอุตฯ เทคโนโลยีโลก และ DELTA ตัวเดียวกดดัชนีฯ -8.91 จุด ขณะที่เม็ดเงินหมุนไปลงทุนในหุ้นธีมเศรษฐกิจภายในประเทศ และหุ้นที่มีมูลค่ายังน่าสนใจ ที่เรียกว่า value plays

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ รีบาวด์ แต่น่าจะยังไม่ไปไกลนัก… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ฟันด์โฟลว์น่าจะเข้าตลาดหุ้นไทยชัดเจนมากขึ้น หลังจาก MSCI เตือนว่าอาจปรับลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียจาก emerging market เป็น standalone market (หนักกว่าที่นักลงทุนมองไว้ ว่าอาจลดเป็น frontier market) เนื่องจากปัญหาของความโปร่งใสของการรายงานข้อมูล ii) การแถลงของประธานเฟด Kevin Warsh ในงานประชุม IMF – World Bank ที่กรุงเทพฯไม่ได้แข็งกร้าวมากนัก และทำให้นักลงทุนมองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 4.00% ในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. นี้

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะมีนัยสำคัญต่อตลาด… i) การประชุม IMF – World Bank สิ้นสุดแล้ว และภาครัฐฯ น่าจะเร่งผลักดันนโยบายหลักๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นแผน PDP รวมทั้งรายละเอียดของเกณฑ์การก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และประเด็นของบัญชีลงทุนส่วนบุคคล (TISA) เป็นต้น… ด้านการประท้วงใหญ่ในฝรั่งเศสและอิตาลีนั้น เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ มองผลกระทบต่อ บจ.ไทย มีอย่างจำกัด

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

ลุ้นบอร์ดประกันสังคม BCH* / วัฏจักรการลงทุนใหม่ๆ GULF*, KTB*

BCH* (เป้าพื้นฐาน 12.5 บาท) 1) ประเมิน Sentiment บวกจากทั้งงบ 3Q และการปรับค่ารักษาฯ ประกันสังคมใหม่ ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 โต +8.2% YoY +9.5% QoQ เป็น 376 ล้านบาท หนุนโดยผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัว + High season และคาดมีโอกาสที่บอร์ดประกันสังคมจะปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลหนุน Upside ประมาณการฯ (ประชุมสรุปครั้งสุดท้าย 24 ต.ค.นี้) 2) ประเมินรูปแบบราคา Sideway up ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 11.1 บาท / แนวต้าน 11.5 – 11.7 บาท กรณีแกว่งผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 12 บาท (Stop loss 11 บาท)

GULF* (เป้าพื้นฐาน 78 บาท) 1) ประเมิน Sentiment บวกจากแผน PDP2026 + กฎเกณฑ์ Data center เราประเมินมีความคืบหน้าเรื่องแผน PDP2026 และร่างกฎเกณฑ์ Data center เร็วๆนี้ เป็น Sentiment บวก และล่าสุด GULF* ตั้ง บ.ใหม่ GEDC เพื่อลงทุนโครงการ Data center … คาดเป็น Upside ที่ยังไม่ได้อยู่ในประมาณการฯ 2) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัวหลังพักฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 61.5 บาท / แนวต้าน 62.25 – 63.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 65 บาท (Stop loss 60.25 บาท)

KTB* (เป้าพื้นฐาน 50.2 บาท) 1) ประเมิน Sentiment บวกจากการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะยังเร่งตัวขึ้น + NIM ผ่านจุดต่ำสุด เราประเมินการลงทุนภาคเอกชนใกล้ปลดล็อกจาก แผน PDP2026+ร่างกฎเกณฑ์ Data center รวมถึงการลงทุนภาครัฐฯที่คาดจะเริ่มเปิดประมูลปลายปีนี้ – ต้นปีหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อ นอกจากนี้เราประเมินแนวโน้ม NIM ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว 2) ประเมิน Dividend yield สูง เราประเมินปันผลสำหรับ 2H69 อีกหุ้นละ 1.72 บาท (Yield 4%) และคาด Dividend yield ปี 2570 +5.4% 3) ประเมินแนวโน้มราคาฟื้นตัวหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 42.5 บาท / แนวต้าน 43.25 – 44.25 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-45.5 บาท (Stop loss 41.5 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) จับตา CK*-STECON* ชิงเค้กไฮสปีดเทรน มูลค่า 2.56 แสนล้าน (ข่าวหุ้น) ครม.ไฟเขียวเวนคืนที่ดิน 4 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินหน้ารถไฟความเร็วสูงเฟส 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 2.56 แสนล้านบาท “บล.กรุงศรี” ชี้เมกะโปรเจกต์ เปิดทางงานใหม่เติม Backlog กลุ่มรับเหมา จับตา 4 หุ้น UNIQ-ITD-CK*-STECON* มีโอกาสชิงงานก่อสร้างโครงการ มอง CK*-STECON* ฐานทุนแกร่งโอกาสคว้างานประมูลสูงสุด

(+) KTB* ผนึกคลัง-World Bank ปั้นตลาดคาร์บอน ดันไทยฮับสีเขียวอาเซียน (ข่าวหุ้น) แบงก์กรุงไทย (KTB*) ผนึก World Bank-คลัง พัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนโครงการ Low Carbon City ติดตั้ง Solar Rooftop สร้างตลาดคาร์บอนที่น่าเชื่อถือ ด้าน “เอกนิติ” รมว.คลัง ตั้งเป้าดันไทยศูนย์กลางลงทุนสีเขียวอาเซียน ลดต้นทุนพลังงานเพิ่มขีดแข่งขันประเทศ

(+) BCH* ลุ้นประกันสังคมเคาะขึ้นเหมาจ่ายวันนี้ (ทันหุ้น) บิ๊ก BCH* ชี้ลุ้นได้ประกันสังคมประชุมวันนี้ ปรับขึ้นค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตน มีผล 1 มกราคม ปีหน้า ติดตามบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ แนะโปร่งใสคำนึงถึงเสถียรภาพกองทุน ส่วนแนวโน้มผลงานไตรมาส 3 เติบโตได้ดีตามไฮซีซั่น ไร้ผลกระทบน้ำท่วม ฐานต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง

(+) กลุ่มยานยนต์ SAT AH / – MGC) คลังจ่อรีดภาษีรถอีวีนำเข้า 30% (ไทยรัฐ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า หรืออย่างช้าภายในเดือน พ.ย.2569 โดยจะปรับขึ้นภาษีเฉพาะรถอีวีนำเข้าทั้งคันที่ไม่มีการใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศไทย จากปัจจุบันเก็บภาษีราว 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% เพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่ลงทุนตั้งโรงงานและมีเครือข่ายการผลิตในไทย รวมทั้งจูงใจให้ค่ายรถที่ยังนำเข้าทั้งคันเข้ามาลงทุนผลิตในประเทศมากขึ้น คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.2570

(-) โรงแรม : เหตุประท้วงในฝรั่งเศสคาดผลกระทบจำกัดต่อ MINT* เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในหลายเมืองของฝรั่งเศส รวมถึงกรุงปารีส มาร์เซย์ และตูลูส โดยมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ การปล้นสะดม และการเผาอาคารหลายแห่ง ส่งผลให้มีผู้ถูกจับกุมกว่า 1,000 คน ขณะที่สถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ (ที่มา: BBC) ความเห็นนักวิเคราะห์: เราประเมินผลกระทบต่อกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะ MINT จะจำกัดมาก เนื่องจากบริษัทมีโรงแรมในฝรั่งเศสเพียง 9 แห่ง จากทั้งหมด 636 แห่งทั่วโลก หรือคิดเป็น 1.4% แม้บางแห่งตั้งอยู่ในเมืองที่เกิดเหตุประท้วง และอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อการเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป แต่เราคาดว่าผลกระทบจะเป็นเพียงระยะสั้นและไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม ทั้งนี้ เรายังไม่พบรายงานความเสียหายโดยตรงต่อโรงแรมของบริษัท คงคำแนะนำ “ซื้อ” (Outperform) ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท

(+) มู้ดี้ส์ เรตติ้งได้ประกาศจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของ MTC เป็นครั้งแรกที่อันดับเครดิตองค์กรระยะยาวที่ระดับ Ba2 พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ความเห็นนักวิเคราะห์: ข่าวการปรับอันดับดังกล่าวเป็นข่าวบวกกับ MTC ในระยะสั้น แต่ผลกระทบระยะยาวยังถูกกดดันจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในประเทศ… แม้ว่าอันดับเรตติ้งจากมู้ดี้ส์จะสูงขึ้น แต่อันดับเครดิตดังกล่าวยังจัดเป็น Non-investment grade ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทมากนัก เพราะ MTC มีแรงกดดันจากการมีสัดส่วนเงินกู้ยืมจากตปท.คิดเป็นประมาณ 26.2% ในไตรมาส 2/69 (เพิ่มขึ้นจาก 24.2% ณ สิ้นปี 2568) โดยสัดส่วนเงินกู้ต่างประเทศมีความเสี่ยงต่อจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตปท.ที่สูงกว่าในประเทศ และเป็นความเสี่ยงต่อ MTC เมื่อต้องมีการ rollover เงินกู้ดังกล่าว

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: ASEFA (Trailing stop 7.0 บาท) EPG* (Trailing stop 6.25 บาท) ALT (Stop loss 1.66 บาท) GPSC* (Stop loss 48.75 บาท) BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) HANA* (Stop loss 50 บาท) WHA* (Stop loss 4.9 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 50.5 บาท) BBGI (Trailing stop 6.65 บาท)
  • ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 2.98 บาท)
  • หุ้นรับงบฯ 3Q: ADVICE (Stop loss 6.85 บาท) NTF (Stop loss 12.6 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) SCGP* (Stop loss 28.5 บาท) BEM* (Stop loss 6.1 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • BDMS* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 4.58 พันล้านบาท (+6.1% YoY +41.1% QoQ) โดยยังคงคาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะโต YoY HoH หนุนโดยการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ และสัดส่วนเคสผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง
  • BEM* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 1.07 พันล้านบาท (-1% YoY +6% QoQ) ทั้งนี้ตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยในเดือน ก.ย. ชะลอลง -4.1% YoY เป็นผลกระทบชั่วคราวจากเหตุเพลิงไหม้รางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสถานการณ์น้ำท่วม กทม อย่างไรก็ดีเงินปันผลจาก TTW* เข้ามาช่วยชดเชยทำให้กำไรยังโต QoQ คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานหลักใน 4Q69 จะฟื้นตัว จากการปรับลดต้นทุน ขณะที่ Catalyst บวกในระยะยาว เช่น การปรับโครงสร้างค่าโดยสาร การปรับขึ้นค่าทางด่วนในปี 2572 ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
  • CBG* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 65 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 700 ล้านบาท (+14% YoY -5% QoQ) โดยประเมินผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูง และสถานการณ์น้ำท่วม สะท้อนไปในราคาหุ้นที่ Underperform ไปพอสมควรแล้ว และคาดแนวโน้มกำไร 4Q69 จะฟื้นตัวได้ ยังคงประมาณการฯ และคำแนะนำ “ซื้อ”
  • SIRI* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 1.75 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 1.1 พันล้านบาท (+10% YoY +10% QoQ) โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากยอดโอนคอนโดฯที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงมีการขายสินทรัพย์เข้า REIT ทั้งนี้คาดแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อใน 4Q69 จากยอดโอนโครงการใหม่ที่แข็งแกร่ง ยังคงประมาณการฯ และคำแนะนำ “ซื้อ”
- Advertisement -