บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Bumrungrad Hospital (BH.BK/BH TB)*
แนวโน้มเป็นบวก โดยคาดกำไร 3Q69F ทำจุดสูงสุดใหม่ (Outperform‧Maintaine)
Event
ประมาณการกำไร 3Q69F และแนวโน้มธุรกิจ
Impact
คาดกำไรสุทธิ 3Q69F จะทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาด BH จะแสดงผลงาน 3Q69F ที่แข็งแกร่งด้วยคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 2.08 พันล้านบาท (+2.0% YoY และ +9.9% QoQ) คิดเป็น 26.4% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเราที่ 7.88 พันล้านบาท (+4.9% YoY) ทำให้กำไรสุทธิ 9M69F อยู่ที่ 5.76 พันล้านบาท (+2.3% YoY) คิดเป็น 73.1% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี โดยที่เราคาดผลประกอบการโดยรวมจะยังน่าพอใจ แม้ถูกกระทบด้วยปัจจัยลบจากภาวะน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ช่วงสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายน โดยการรักษาพยาบาลที่ถูกเลื่อนออกไปจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ BH ใน 4Q69F ส่วน 3Q69F เราคาดอัตราการทำกำไรของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดใหม่จากการให้บริการผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้นมารับการรักษามากขึ้นช่วง high season แม้ยังถูกกดดันจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้
-
i) รายได้ คาดเติบโต 3.0% YoY และ 7.3% QoQ อยู่เกือบ 6.69 พันล้านบาทใน 3Q69F จากฐานผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่แข็งแกร่ง โดยในช่วงเวลาดังกล่าวผลดันหลักมาจากผู้ป่วยในตะวันออกกลาง เมียนมา และสหรัฐฯ
-
ii) อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) คาดที่ 53.0% ใน 3Q69F จาก 52.9% ใน 3Q68 และ 52.0% ใน 2Q69 สะท้อนสัดส่วนฐานผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนแข็งแกร่ง
-
iii) สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ คาดที่ 15.8% ใน 3Q69F เทียบกับ 16.3% ใน 3Q68 และ 15.8% ใน 2Q69 เป็นนัยว่ามีประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
-
iv) สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ คาดรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยจะคิดเป็น 33% ของรายได้รวม 3Q69F และจากผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชาวไทยที่ 67% จากสัดส่วน 33:67 ใน 3Q68 และ 34:66 ใน 2Q69
คงประมาณการกำไรปี 2569F–2570F
มองไปข้างหน้า เราคาดกำไร 4Q69F ของ BH จะน่าพอใจ โดยมีโอกาสเติบโต YoY และคาดว่าจะรักษาผลประกอบการให้น่าพอใจในปี 2570F ด้วยปัจจัยหนุนหลักจาก i) รายได้จากผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนในการรักษาสูงขึ้นเติบโตต่อเนื่อง และ ii) การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ปัจจุบันเราประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ของบริษัทไว้ที่ 7.88 พันล้านบาท (+4.9% YoY) และปี 2570F ที่ 8.15 พันล้านบาท (+3.5% YoY)
Valuation & Action
เรายังคงเชื่อว่าอุปสงค์ด้านบริการทางการแพทย์จากผู้ป่วยในตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นมากหลังความขัดแย้งในภูมิภาคสิ้นสุดลง ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่เดินทางมารับการรักษาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยที่เรามองว่า BH จะได้รับโมเมนตัมเชิงบวกปี 2570F จาก i) อุปสงค์ตกค้าง (pent-up demand) ของผู้ป่วยต่างชาติจะกลับมาฟื้นตัว โดยได้รับผลกระทบ YoY จำกัดมากขึ้น และ ii) อัตรากำไรที่แข็งแกร่งจากทั้งปริมาณผู้ป่วยและความซับซ้อนในการรักษาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เรายังชื่นชอบหุ้น BH จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสถานะเงินสดสุทธิและมี ROE ที่สูงมากกว่า 25% ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” BH ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2570F ที่ 228 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.2% และ TG ที่ 1%)
Risks
จำนวนผู้ป่วยลดลง, เกิดโรคระบาด, รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงและเกิดเหตุก่อการร้าย








