บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

B.Grimm Power (BGRIM.BK/BGRIM TB)*

รายได้ค่าบริการหนุนกำไรปี 2569F แต่ต้นทุนก๊าซยังกดดันต่อไป (Outperform‧Maintained)

Event

ประมาณการ 3Q69F และปรับเพิ่มกำไรปี 2569F

Impact

ประมาณการ 3Q69F – ดีขึ้นกว่าที่เราเคยคาดผลจากรายได้ค่าบริการที่สูงขึ้น

วันที่ 11 พ.ย. BGRIM น่าจะรายงานกำไรสุทธิ 3Q69F ที่ 810 ลบ. (+55% YoY และ +20% QoQ) และกำไรหลัก (ตัดกำไร Fx และกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของหุ้นกู้แปลงสภาพ) ที่ 660 ลบ. (+59% YoY และ +38% QoQ) ซึ่งคิดเป็น 100% ของประมาณการกำไรหลักปี 2569F เดิมของเรา

กำไรที่พุ่งขึ้นทั้ง YoY และ QoQ คาดจะมาจากรายได้ค่าบริการที่เพิ่มอยู่ที่ 500 ลบ. จาก 64 ลบ. ใน 2Q69 และ 157 ลบ. ใน 3Q68 หนุนหลักจากธุรกิจ Data Center (DC) ในไทยและรายได้จากการให้คำปรึกษาในต่างประเทศบวกส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน Nakwol 1 ที่เพิ่มขึ้นและ กำไร Fx ปัจจัยเหล่านี้น่าจะช่วยชดเชย margin โรงไฟฟ้า SPP ที่อ่อนแอลงและภาระภาษีสูงขึ้น (หมดสิทธิประโยชน์ BOI) ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติโรงไฟฟ้า SPP เพิ่มขึ้นที่ 401 บาท/mmbtu (+38 บาท QoQ และ +102 บาท YoY) แม้ค่า Ft จะเพิ่มขึ้นที่ 0.16 บาท/kWh (+0.02 บาท QoQ แต่ -0.03 บาท YoY) ยอดขายไฟฟ้าให้กฟผ. (EGAT) ขยับขึ้น 1% YoY และให้กลุ่ม IU เพิ่มขึ้น 3% YoY แม้ไม่มีกลุ่ม IU รายใหม่เริ่มดำเนินงานใน 3Q69 ก็ตาม ขณะที่ ค่าไฟฟ้ากลุ่ม IU เพิ่มขึ้น 4% YoY แม้ค่า Ft ลดลงจากสูตรกำหนดราคาที่อิงกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าของ BGRIM ~50% และการให้ส่วนลดแก่ลูกค้า

ปรับเพิ่มกำไรหลักปี 2569F ขึ้น 20% และแนวโน้ม 4Q69F

เราปรับเพิ่มกำไรปี 2569F (Figure 2) จากรายได้ค่าบริการ 3Q69F แข็งแกร่งกว่าคาด แต่เรารอ guidance จากฝ่ายบริหารก่อนปรับกำไรระยะยาว เพื่อสะท้อนต้นทุนก๊าซโรงไฟฟ้า SPP ที่สูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ เบื้องต้นเราปรับเพิ่มสมมติฐานราคาก๊าซระยะยาวขึ้นที่ 360 บาท/mmbtu จาก 310 บาท/mmbtu เราคาดกำไรหลัก 4Q69F จะลดลงต่ำสุดจากต้นทุนก๊าซที่อาจเพิ่มที่ 430–440 บาท/mmbtu อุปสงค์สาธารณูปโภคที่อ่อนตามฤดูกาล คชจ. บำรุงรักษาและคชจ. SG&A สูงขึ้น

Data Center, PDP2569 และพลังงานลมนอกชายฝั่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต

BGRIM มีโอกาสเติบโตจากธุรกิจ DC, PDP2569 และพลังงานลมนอกชายฝั่ง ส่วน DC (96MW) ยังคงดำเนินตามแผน โดยคาดเฟส 1 และ 2 จะเริ่ม COD ต้นปี 2570 และ 2Q70 ตามลำดับ โดยกำไรจากโครงการอยู่ที่ปีละ 300–500 ลบ. (~3.50 บาท/หุ้นและได้รวมไว้ในประมาณการเราอยู่แล้ว) ขณะที่ upside เพิ่มเติมจะมาจากเป้าการพัฒนา DC (300MW) และ capacity สำรองกลุ่ม IU อีก >100MW ส่วน PDP2569 อาจปลดล็อก community solar, Direct PPA และโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ หนุนหลักจากที่ดินมีหลักประกันแล้ว 500–600MW และการขายสินทรัพย์ Sensitivity analysis ของเราชี้ว่า ทุก ๆ capacity โซลาร์/DC ที่เพิ่มขึ้น 100MW อาจเพิ่มราคาเป้าหมายเราได้ 0.20-0.25 บาท/หุ้น และ 3.50 บาท/หุ้น ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่งยังช่วยเพิ่มให้การเติบโตชัดเจนขึ้นในอนาคต โดย การก่อสร้าง Nakwol 1 (365MWe) คืบหน้าแล้ว ~92% ขณะที่ Nakwol 2 ยังคงเป็นตามแผนที่จะเริ่ม COD ปี 2572

Valuation & Action

เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 23.50 บาท (SoTP, WACC ที่ 5.5%) BGRIM เป็นหุ้นที่เราจัดว่า highest-risk, highest-reward เมื่อ 2H69F ออนแอได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว เรามองราคาล่าสุดเป็นจังหวะเข้าลงทุน แม้บริษัทยังมีข้อจำกัดฐานะการเงินและการเติบโตที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงก็ตาม

Risks

ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
- Advertisement -