บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SCG Packaging (SCGP.BK/SCGP TB)*
ปริมาณขายที่เติบโตดีชดเชย spread ที่คาดลดลงในปี 2570F (Outperform Maintained)
Event
ผลประกอบการ 3Q69 กับประชุมนักวิเคราะห์ (โทนเป็นกลาง)
Impact
ผลประกอบการ 3Q69 – ตรงตามทุกคาดการณ์
กำไรสุทธิ 3Q69 ของ SCGP ที่ 2.0 พันลบ. (+113% YoY แต่ -12% QoQ) ตรงตามทุกคาดการณ์ ส่วนกำไรหลัก (ตัด Fx และ negative goodwill) ที่ 1.9 พันลบ. (+95% YoY แต่ -17% QoQ) โดยที่กำไรหลัก 9M69 ที่ 5.8 พันลบ. คิดเป็น 77% และ 82% ของกำไรหลักของเราและ consensus ตามลำดับ
กำไรที่ลดลง QoQ สะท้อนว่า margin ถูกกดดันจากราคา RCP ที่เพิ่ม 14% QoQ (สูงกว่าราคากระดาษ testliner ที่เพิ่มขึ้น 1%) กับต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น แต่ SCGP ก็สามารถลดแรงกดดันดังกล่าวได้บางส่วนผ่านการปรับเพิ่มราคาขายตามต้นทุนที่สูงขึ้นและพึ่งพา RCP ภายในประเทศเพิ่ม ส่วนที่กำไรฟื้นตัวแข็งแกร่ง YoY ปัจจัยหนุนจากผลงานของ Fajar พลิกฟื้น spread ราคาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่กว้างขึ้นและปริมาณขายเพิ่มขึ้น โดย EBITDA ของ Fajar เพิ่มขึ้นอยู่ที่ IDR330พันล้านจากเพียง IDR2พันล้านในปีก่อน (+34% QoQ) โดยกำไรสุทธิฟื้นตัวที่ 330 ลบ.พลิกจากขาดทุน 3Q68 ที่ 464 ลบ. (+14% QoQ) ด้าน EBITDA margin ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (integrated packaging) ลดลงที่ 18.5% จาก 20.4% ใน 2Q69 ส่วน margin ธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous) ทรงตัวที่ 9.5% (เพิ่มจาก 3Q68 ที่ 6.5%)
ผลงาน 3Q69 ที่ดีส่งสัญญาณอะไรในไตรมาสถัดๆไป…?
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569–2571F ไว้ตามเดิม (สูงกว่า consensus ~5–7%) เราคาดกำไรหลัก 4Q69F จะลดลง QoQ แต่ยังคงเติบโตเด่น YoY จากปัจจัยฤดูกาลที่อ่อนตัวลง หลังจากกระตุ้นการเร่งสะสมสินค้าคงคลังเพื่อรองรับเทศกาลใน 3Q69F และ spread ราคาที่แคบลงต่อเนื่อง ในตุลาคม 2569 พบว่า spread ลดลงเหลือUS$202/ton (Figure 7) จากต้นทุน RCP เพิ่มขึ้นอยู่ที่ US$198/ton ซึ่งน่าจะสะท้อนอุปสงค์ชั่วคราวที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลกและฤดูมรสุม ทั้งนี้ SCGP มีแผนปรับเพิ่มราคาขายขึ้นเพื่อคง margin ไว้ ด้วยงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 ราว 1.0 หมื่นลบ.ปัจจุบันยังคงมีงบประมาณเหลือเพื่อลงทุนอีก 4.1 พันลบ. แม้มีโอกาสเกิดดีล M&A ใน 4Q69 หรือถูกเลื่อนออกไป แต่เราคาดว่า upside จากปัจจัยนี้จะจำกัดจากธุรกรรมที่อาจเกิดขึ้นน่าจะมีขนาดเล็กกว่ารอบก่อน ๆ
ปริมาณขายที่เติบโตดีจะหนุนกำไรปี 2570F
เราคาดกำไรปี 2570F ที่เติบโตจะขับเคลื่อนหลักโดยปริมาณขายจาก spread ระหว่างกระดาษ testliner กับ RCP มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติ ขณะที่ สัญญาณอุปสงค์เริ่มดีขึ้น โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ของอาเซียนใน ก.ย. 69 อยู่ที่ 52.1 ส่วนการนำเข้ากระดาษ containerboard ของจีนก็เพิ่มขึ้น 18% MoM อยู่ที่ 611,000 ตัน (เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5) แม้ดัชนี Manufacturing PMI และยอดค้าปลีกของจีนยังคงอ่อนแอ แต่ความคาดหวังต่ำของตลาดเปิดโอกาสให้เกิดผลประกอบการที่ดีกว่าคาดได้ โดยที่เราคาดว่า Fajar จะคงกำไรให้เติบโตต่อเนื่องหลังจากผลงานปี 2569F พลิกฟื้นจากการเน้นตลาดภายในประเทศ นอกจากนี้ ราคาขายของ Fajar ยังต่ำกว่าราคาในภูมิภาค ~3–5% จึงยังมี่โอกาสปรับราคาให้อยู่ในระดับปกติเพิ่มขึ้น
Valuation and action
เราคงคำแนะนำซื้อ SCGP ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 37.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 8.9x (-1.3 S.D.)
Risks
ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน, ความเสี่ยงด้อยค่าดีล M&A และความเสี่ยงของประเทศ







