บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ… น่าจะเป็นบวกต่อแนวโน้มฟันด์โฟลว์
พรรค Democrat ชนะการเลือกตั้งกลางเทอมทั้งในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา
ขณะที่เราเขียนบทวิเคราะห์ฉบับนี้ในช่วงเย็นของวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐได้รับการยืนยันแล้วว่าพรรค Democrat ได้เสียงข้างมากทั้งสองสภา โดยในวุฒิสภาได้ 54:44 และ ในสภาล่างได้ 228:139 ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าได้ 28:20 ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่นักลงทุนคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดกรณี ‘blue sweep’ ซึ่งสะท้อนถึงความคับข้องใจของคนอเมริกันต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน จากการที่สหรัฐปะทะกับอิหร่านโดยใช้กำลังทางทหาร
นัยต่อเศรษฐกิจโลก: สหรัฐฯ น่าจะใช้จ่ายด้านการคลังช้าลง และไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยเท่าเดิม
เรามองว่านัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากกรณี blue sweep มีสองด้าน โดยในด้านแรก นักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับการที่สหรัฐจะใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวช้าลง เพราะการที่พรรค Democrat รวมเสียงได้แน่นในสภา Congress หรือ พลวัตที่เปลี่ยนไปของทางฝั่งนิติบัญญัติจะเข้ามาคุมพรม. การใช้จ่ายที่ยังไม่มีแหล่งเงินทุน ควบคู่ไปกับความคาดหวังว่าอาจจะมีการออกเกณฑ์กำกับดูแล AI ซึ่งอาจลดความร้อนแรงของโมเมนตัมเศรษฐกิจในขณะนี้ลง ส่วนในด้านที่สอง ตลาดการเงินเตรียมปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยในขณะที่เราเขียนบทวิเคราะห์ฉบับนี้ CME Fed Fund Futures สะท้อนความคาดหมายว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมเป็น 4.25% ตามด้วยการขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคมเป็น 2570 เป็น 4.50% และวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้จะจบตรงนั้น ในขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสที่ Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่านั้นได้ถ้าหากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
นัยต่อธีมอุตสาหกรรมโลก: กลุ่มเทคโนโลยี และธีมการป้องกันประเทศอาจดูท้าทาย ส่วนกลุ่มโรงพยาบาล และพลังงานสะอาดน่าจะได้แรงหนุน
ถึงแม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีในตลาดโลกจะดีดตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งจากความชัดเจนของผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ น่าจะเป็นเพียงการดีดตัวแบบ tactical หลังจากที่ถูกเทขายออกมาในช่วงก่อนหน้ามากกว่าจะเป็นอานิสงส์จากกรณี blue sweep อันที่จริง สภา Congress ที่นำโดยพรรค Democrat อาจจะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น ข้อจำกัดในการออกใบอนุญาต data-center หรือ จำกัดแรงจูงใจทางภาษีสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่หากมองในด้านบวก พบมีความคาดหวังต่อกลุ่มโรงพยาบาลของสหรัฐอีกครั้งจากการที่พรรค Democrat ผลักดันให้กลับมาใช้กฎหมาย Affordable Care Act (ACA) ที่หมดอายุไปแล้ว และ การปรับรูปแบบการปฏิรูป Medicaid ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานสะอาดยังน่าจะได้แรงหนุนหลังจากที่ถูกกดไว้ในช่วงที่สภา Congress ถูกนำโดยพรรค Republican
ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนแอในปี 2570 และ แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยที่จำกัดของสหรัฐน่าจะเป็นสัญญาณดีต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นเอเชีย และ หุ้นไทย
หากสมมติฐานเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกเป็นไปตามที่เราคาดไว้ คือ ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หรือย่อลงเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และ Fed ยุติการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวในเดือนมีนาคม 2570 ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นเอเชีย และ หุ้นไทย เรายังคงมองธีมหุ้นเหมือนเดิมดังนี้ ในธีมแรก เราชอบกลุ่มธนาคารซึ่งอยู่ในสถานะที่ดีที่จะได้อานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน ควบคู่กับเงินปันผลระหว่างกาลที่น่าสนใจในงวด 2H69 ส่วนในธีมที่สองเราชอบหุ้นหลักที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนใน Data center ของไทย ถึงแม้ว่าอาจมีการเลื่อนใช้เกณฑ์ใหม่ในการกำกับดูแลไปเป็น 1Q70 แต่เรายังเห็นปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกรออยู่ข้างหน้า โดยเราเลือก GULF*, STECON*, WHA* สำหรับธีมนี้ ส่วนธีมที่สาม เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วง high season เราจึงคาดว่ากำไรของกลุ่มโรงแรมที่เน้นตลาดในประเทศน่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเราเลือก CENTEL* เป็นหุ้นเด่น







