บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
BCPG Pcl. (BCPG.BK/BCPG TB)*
กำไร 3Q69 สูงกว่าคาดมาก…แต่การเน้นลงทุนใหม่ยังต้องเฝ้าจับตา (Not Rated)
Event ปรับเพิ่มกำไรและผลประกอบการ 3Q69 กับ conference call สั้น ๆ
Impact
ผลประกอบการ 3Q69 – กำไรสูงกว่าเราและตลาดคาด 35%/31% ตามลำดับ
กำไรสุทธิ 3Q69 ของ BCPG ที่ 1.2 พันลบ. (+92% YoY และ +676% QoQ) และกำไรหลักที่ 1.3 พันลบ. (+81% YoY และ +610% QoQ) โดยตัดขาดทุน Fx และขาดทุนจากการขายโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ กำไรที่แตกต่างกันหลัก ๆ จากกำไรโครงการในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยคาด ส่วนกำไรที่พุ่งขึ้น QoQ จากฤดูกาลที่ดีของโครงการในสหรัฐฯ (ฤดูร้อน) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว (Nam San 3A และ 3B) มีผลผลิตสูงตามฤดูกาล อีกทั้งผลงานของโรงไฟฟ้าพลังลม Monsoon ยังแข็งแกร่งขึ้นจากกระแสลมที่ได้รับอานิสงส์จากพายุไต้ฝุ่นบวกลูกชู. SG&A กับต้นทุนการเงินลดลง กำไรที่เพิ่ม YoY จาก i) ค่าความพร้อมจ่าย (capacity payment) เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ (857MWe) ii) รับรู้รายได้จากโครงการ Monsoon (290MWe) เต็มไตรมาส (เริ่ม COD: 22 ส.ค. 68) และ iii) ต้นทุนการเงินลดลง กำไรหลัก 9M69 ที่ 2.1 พันลบ. (+102% YoY) (98% ของกำไรหลักปี 2569F เดิมของเรา)
ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569–71F ขึ้น 9–13% และแนวโน้ม
การปรับเพิ่มกำไรเรา (Figure 2) สะท้อนอัตรากำไรโครงการในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งขึ้นบวกรับรู้ผลงานเพิ่มเติมอีก 1 เดือนจาก Liberty (212MWe) และ Patriot (214MWe) จากกำหนดการขายสินทรัพย์ดังกล่าวถูกเลื่อนไปเป็น 30 ต.ค. 69 หลังปรับประมาณการกำไรหลักปี 2569F จะเติบโต 19% YoY จากโครงการในสหรัฐฯ มี capacity payment เพิ่มและการรับรู้กำไรโครงการ Monsoon ก่อนที่ปี 2570F จะแย่ลง 42% จากจะไม่รับรู้ผลงานจากโครงการในสหรัฐฯ ทั้ง 2 แห่งที่ขายแล้วอีกต่อไป ใน 4Q69F แม้คาดบริษัทจะมีกำไรจากการขายเงินลงทุนหลังหักภาษี (~1.7–2.0 พันลบ.) หลังขายหุ้น 25% ในโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แต่คาดกำไรหลัก 4Q69F จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY จากจะรับรู้ผลประกอบการจากสินทรัพย์ที่ขายไปแล้วเพียงหนึ่งเดือนและปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่อ่อนตัวลงตามช่วง low season และปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) แต่โครงการ Monsoon (เป็นช่วงพีค) ช่วยชดเชยบางส่วน
ความเสี่ยงจากการจัดสรรเงินลงทุนและการดำเนินโครงการยังเป็นประเด็นที่ค้างคา
การเติบโต BCPG ขึ้นกับความสามารถในการจัดหาโครงการใหม่เพื่อทดแทนสินทรัพย์เดิมที่เคยสร้าง IRR>15% การนำเงินรับจากการขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ~1.1 หมื่นลบ. (US$354ล้าน) ไปลงทุนใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพ จะเป็นประเด็นหลักเพราะการสร้างผลตอบแทนให้เทียบเท่าในอดีตทำได้ยากขึ้น โดยที่ capacity โซลาร์ที่เพิ่มทุกๆ 100MW อาจช่วยเพิ่มกำไร/ปีได้~150–200 ลบ.และเพิ่มราคาเป้าหมายเราอีก 0.10–0.15 บาท/หุ้น บนสมมติฐานที่มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุน (EIRR) ที่ 10% และ debt-to-equity financing ที่ 70:30 ดังนั้น เรายังคงระมัดระวังต่อโครงการโซลาร์ในไต้หวันที่มี capacity รวม 469MW (24% ของ capacity รวม) เพราะเสี่ยงจากการดำเนินโครงการล่าช้า โครงการเฟสแรก (234MW) ซึ่งเดิมตั้งกำหนด COD ใน 1Q71 ยังคงมีอุปสรรคด้านใบอนุญาตและการอนุมัติต่างๆ
Valuation & Action
ตามข้อมูล Bloomberg consensus นักวิเคราะห์ 69% และ 31% แนะนำซื้อและถือ BCPG ตามลำดับ (แนะนำซื้อเพิ่มขึ้น) ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 8.22 บาท/หุ้น (ลดลงจาก 8.33 บาท/หุ้นเมื่อ ต.ค. 69) ทั้งนี้ เรามองว่านักลงทุนควรชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ไปก่อนจนกว่าผู้บริหารจะให้ความชัดเจนมากขึ้นในการจัดสรรเงินที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์ระหว่างการลดหนี้สินและลงทุนในโครงการใหม่ ๆ
Risks ปิดโรงไฟฟ้านอกแผน, ปัญหา cost overruns และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย







