บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
KCE ELECTRONICS (KCE TB) มองบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มระยะยาว
- กำไรสุทธิ 2Q25 น่าจะออกมาต่ำกว่าที่เคยคาดจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้น
- วงจรธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขาลงใกล้สิ้นสุด แต่ยังต้องจับตาดูประเด็นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากไทยและไต้หวัน (คู่แข่งในธุรกิจ PCB)
- แม้ว่าแนวโน้มจะเป็นบวกมากยิ่งขึ้น ราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้นไปแล้วถึง 45%
กำไร 2Q25 น่าจะฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q25 อยู่ที่ 221 ลบ. (-3.8% q-q, -65% y-y) ต่ำกว่าที่เคยคาดจากค่าเงินบาทที่แข็งตัว 1.7% q-q และ 9% y-y แม้เราจะคาดว่ารายได้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐฯ จะสูงขึ้น 2% q-q แต่ลดลง 9.4% y-y รายได้ในรูปเงินบาทน่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% q-q แต่ลดลง 16.5% y-y ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย q-q น่าจะเกิดจากสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับต่ำของลูกค้า ณ สิ้นเดือน พ.ค. ยอดขายรถยนต์ของโลกยังทรงตัว y-y แต่ยอดขาย EV กลับสูงขึ้น 24% y-y ในขณะที่ตัวเลขรถยนต์จดทะเบียนใหม่ในยุโรปสูงขึ้น 1.6% y-y เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน คาดตัวเลขการฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วง 2H25 เราคาดว่าคำสั่งซื้อจะฟื้นตัวในช่วง 2H25 บางส่วนจาก High season และฐานที่ต่ำในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ยอดขายรถยนต์ของโลกยังดูทรงตัวในเบื้องต้นเราคาดว่ารายได้จะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q–4Q25 ที่ประมาณ 10% q-q และ 5% q-q ตามลำดับ ทั้งนี้โดยปกติ 4Q จะเป็น Low season และบริษัทฯ อาจหยุดเดินสายการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงประจำปี นอกจากนี้เรายังคาดด้วยว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวเป็น 20% ในช่วง 2H25 เมื่อบริษัทฯ เจรจาลดราคาต้นทุนวัตถุดิบกับผู้จัดจำหน่ายแล้วเสร็จ และในขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวสูงขึ้น
จับตาดูภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากไทยและไต้หวัน
อย่างไรก็ดี จากกำไรที่คาดว่าจะฟื้นตัวช้ากว่าคาดใน 2Q25 เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2025 ของเราลง 11% เป็น 1.18 พันลบ. (-29% y-y) เรามองว่าบริษัทฯ อาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 1H25 แต่ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวยังคงอยู่ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เราคาดว่าไทยจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าต่ำกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างจีน อย่างไรก็ดี ยังจำเป็นต้องจับตาดูสถานการณ์ของไต้หวัน ถ้าไทยต้องจ่ายภาษีนำเข้าสูงกว่าไต้หวัน ปัจจัยดังกล่าวอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของ KCE (ณ วันที่ 6 ก.ค. 2025 การเจรจาภาษีนำเข้าของไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุด ในรอบแรกสหรัฐฯ เสนอให้เก็บภาษีนำเข้า 32% จากไต้หวัน) ทั้งนี้ KCE ได้รับ 21% ของรายได้รวมในปี 2024 จากตลาดสหรัฐฯ
มองบวกในระยะยาวมากขึ้น แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นแรง
เราคงราคาเป้าหมายปี 2025 ของเราไว้ที่ 20 บาท แม้ว่าจะปรับลดประมาณการกำไร ทั้งนี้มุมมองระยะกลางถึงยาวของเราเป็นบวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเราเชื่อว่าวงจรธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาลงกำลังใกล้จะสิ้นสุด (สอดคล้องกับมุมมองของผู้บริหาร) ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่ม Target P/E เป็น 20x (จาก 18x) อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นกลับปรับขึ้นแรงถึง 45% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากบรรยากาศเชิงบวกหลังมีรายงานว่าผู้บริหารเข้ามาสะสมหุ้น เราคงคำแนะนำ “ถือ” หรือทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว และติดตามการฟื้นตัวใน 2H25 รวมถึงผลสรุปเกี่ยวกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ








