บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Tidlor Holdings (TIDLOR.BK/TIDLOR TB)*
รายได้จากค่าธรรมเนียมประกันภัยช่วยหนุนการเติบโต
Event: กำไรสุทธิของ TIDLOR ใน 2Q68 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+7% QoQ +19% YoY) สูงกว่าประมาณรวม (consensus)/ประมาณการของเรา 5%/7% โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัยที่สูงขึ้นมากกว่าคาด และคชจ.สำรองฯ (credit cost) ที่ต่ำกว่าคาดประมาณ 30bps ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัยที่แข็งแกร่ง และ credit cost ที่ลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ในงวด 1H68 จาก 3.5% ใน 1H67 ทั้งนี้ กำไรสุทธิในงวด 1H68 อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท (+15%) คิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
lmpact
สินเชื่อแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่ margin มีสัญญาณดีขึ้น
สินเชื่อขยายตัวเพียงเล็กน้อย 1% QoQ และ 2.8% YoY ในขณะที่ margin ดีขึ้นเล็กน้อย 20bps QoQ เพราะต้นทุนการระดมทุนลดลง แต่ลดลง 100bps YoY สำหรับในระยะต่อไป บริษัทคาดว่าต้นทุนการระดมทุนที่ลดลงจะทำให้มาร์จิ้นทยอยขยับสูงขึ้นใน 2H68
คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นติดต่อกันมาสามไตรมาสแล้ว
ตัวเลข NPL ทรงตัวมาสามไตรมาสแล้ว จากที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในช่วงกลางปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงการล้างหนี้เสียในปี 2567 และ การปล่อยกู้ใหม่อย่างระมัดระวัง ดังนั้น Credit cost จึงลดลงมาอยู่ระดับต่ำในรอบ 4 ไตรมาสที่ 2.6% ใน 2Q68 (จาก 2.9% ใน 1Q68) สำหรับในระยะต่อไป บริษัทคาดว่า credit cost จะทรงตัวอยู่ที่ระดับนี้ใน 2H68
ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 21.3 บาท และ คงคำแนะนำซื้อ
ถึงแม้ว่ากำไรใน 1H68 จะคิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา แต่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2568F/2569F เอาไว้เท่าเดิม ทั้งนี้ เมื่อขยับไปใช้ PE ปี 2569F ที่ 12.5x ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 21.3 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิม 20.2 บาท)
Risks
ราคารถมือสองลดลงไปอีก, NPL เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อจำนำทะเบียน, credit cost เพิ่มขึ้น







