บล.เอเซีย พลัส: 

SCB ปันผลพยุงราคา

Flash Points

• กำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1 หมื่นล้านบาท (-18.5% YoY) ต่ำคาด 7% จาก OPEX สะท้อนการคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้ยังช้ากว่าที่มอง กดดันกำไรก่อนสำรอง (PPOP)

• PPOP ที่ชะลอตัว จำกัดความสามารถในการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงรอบใหม่ (Management Overlay) จาก Cost push inflation ในงวดนี้

• Coverage ratio ที่ 155% แม้เพิ่มจาก 153% ณ สิ้นงวดก่อน แต่ยังน้อยกว่ากลุ่มฯ ที่ขยับจาก 189% เป็น 193% (KBANK ขึ้นจาก 153% เป็น 161%)

• NPL / Loan ที่ 3.9% เทียบ 4.1% งวดก่อน แต่ยังมีจุดเปราะบางจาก NPL ของ Autox เร่งตัวต่อเนื่องมาที่ 5.9% จาก 4.3% งวด 4Q68 แม้สัดส่วนต่อพอร์ตรวมไม่สูง แต่มีแนวโน้มเป็น 1 ในปัจจัยทำให้ทิศทางการตั้งสำรองลดจาก 1.5% งวด 1Q69 เป็นไปได้ยาก

• กล่าวโดยสรุป การคุมต้นทุนทำได้น้อยกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด และไม่เด่นเท่า KTB กับ KBANK ในงวดนี้

Impact Insight

• กำไรฯ 1Q69 คิดเป็นเพียงสัดส่วน 23% ของประมาณการเดิมทั้งปี (ต่ำกว่า 1Q68 ที่คิดเป็นสัดส่วน 26% ของกำไรปี 2568) ภายใต้การบริหารจัดการ OPEX ทำได้น้อยกว่าที่มองไว้ และ Credit cost ข้างหน้ายังลดลงได้ยาก สะท้อน Downside ต่อประมาณการ

• นำไปสู่การปรับลดกำไรฯ ปี 2569–71 ลงเฉลี่ย 7% จาก OPEX และ Trading income (FVTPL) ให้สอดคล้องกับภาพที่เกิดขึ้น (สมมติฐาน Credit cost คงเดิมที่ 1.6%)

• ประมาณการกำไรฯ ปี 2569 ใหม่ อยู่ที่ 4.17 หมื่นล้านบาท ลด 12% YoY ตามวงจรดอกเบี้ย ก่อนจะกลับมาเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% จากรายได้ดอกเบี้ยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

• บนสมมติฐานนโยบายปันผล 80% ส่งผลให้เงินปันผลต่อหุ้นปีนี้ลงมาอยู่ที่ 9.92 บาท จากเดิม 10.66 บาท

• อิง GGM (ROE ที่ 9% จากเดิม 9.5%) ให้ PBV ที่ 0.97 เท่า (เดิม 1 เท่า) ได้ FV ใหม่ที่ 144 บาท (เทียบเท่า PER ที่ 11.6 เท่า) จากเดิม 155 บาท

Execution

• คงคำแนะนำ Trading ในกรอบจำกัด หลังราคาหุ้นมีการย่อตัวรับผลการดำเนินงานไปบางส่วน และมี Dividend yield คอยพยุง โดยเชิงกลยุทธ์แนะนำสลับการลงทุน (Switch) ไปยังตัวเลือกหลักในกลุ่มฯ อย่าง KTB, KBANK และ BBL ที่ Valuation น่าสนใจกว่า

- Advertisement -