บล.เอเซีย พลัส:
SCC หยุดเพื่อยืด… ภายใต้ข้อจำกัดด้าน Feedstock
Flash Points
• SCC แจ้งหยุดเดินโรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนามเป็นการชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 69 จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีข้อจำกัดทั้งด้านราคาและความต่อเนื่อง แม้จะมีการจัดหา feedstock จากแหล่งอื่นแล้ว แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ ทำให้การเดินเครื่องไม่เหมาะสมในเชิงเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจประกาศหยุดโรงงานล่วงหน้าประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาเร่งสั่งสินค้าและบริหารแผนการผลิต
• การหยุดเดินเครื่อง LSP ส่งผลต่อต้นทุนเงินสด (cash cost) ราว 250 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายระหว่างการหยุดดำเนินงาน โดยในช่วงดังกล่าว SCC จะใช้โอกาสนี้ในการซ่อมบำรุงและเตรียมความพร้อมโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
Impact Insight
• ฝ่ายวิจัยมองว่าการหยุดเดินโรงงาน LSP เป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลภายใต้ข้อจำกัดด้าน naphtha ที่มีปริมาณจำกัดและมีราคาสูง โดย SCC เลือก divert feedstock ไปยังโรงงาน MOC ในประเทศไทย ซึ่งสามารถผลิตสินค้า HVA ที่มีมูลค่าเพิ่มและมาร์จิ้นสูงกว่า และลูกค้ายังรับราคาที่เพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ LSP เป็นการผลิตสินค้าเกรดทั่วไปซึ่งให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำกว่า การหยุดชั่วคราวจึงช่วย maximize value ของ feedstock ที่มีอยู่ และยืดการเดินเครื่องของ MOC ให้อยู่ได้มากกว่า 2 เดือนตามที่เคยสื่อสารไว้ พร้อมทั้งเอื้อให้การบริหารลูกค้าและ supply chain เป็นไปอย่างราบรื่นกว่ากรณี ROC ที่เป็น force majeure
• สำหรับต้นทุนเงินสดที่เกิดขึ้น 250 ล้านบาทต่อเดือนของโรงงาน LSP เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงงาน LSP ที่อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือนอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคา ดังนั้นการหยุดโรงงานจึงไม่ได้ทำให้ SCC มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
Execution
• ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2569 และราคาเหมาะสมของ SCC ไว้ที่ 220 บาท โดยราคาหุ้นปรับขึ้นราว 40% จากจุดต่ำสุดหลังเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากความคาดหวังว่าวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงจะผ่านพ้นเร็วกว่าคาด เนื่องจากโรงงานหลายแห่งถูกทำลาย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง และราคาหุ้นปัจจุบันปรับขึ้นมาสูงกว่าราคาเหมาะสม ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดคำแนะนำจาก “Trading” เป็น “ขาย”







