บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SYNEX (Thailand) PCL (SYNEX.BK/SYNEX TB)
ประมาณการ 1Q69F: ถูกกระทบจากอุปสงค์ที่แผ่วลง
Event
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ SYNEX ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 162 ล้านบาท (+7% YoY, ทรงตัว QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะยอดขายของกลุ่มลูกค้าองค์กร และ ลูกค้าเชิงพาณิชย์ (20% ของยอดขาย) เติบโตในในระดับปานกลาง เช่นเดียวกับกลุ่มเกม (2% ของยอดขาย) จากการเปิดตัวเกมใหม่ของ Nintendo ทั้งนี้ กำไรจากธุรกิจหลักใน 1Q69F คิดเป็น 23% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
ยอดขายโตปานกลาง
เนื่องจากผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวังท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และ ค่าครองชีพที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น เราจึงคาดว่ายอดขายของ SYNEX ใน 1Q69 จะอยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท (+5% YoY, -6% QoQ) โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจากสินค้าบางกลุ่ม อย่างเช่น i) กลุ่มลูกค้าองค์กร และ ลูกค้าเชิงพาณิชย์ จากการอัพเกรด AI PC และ อุปสงค์ของ cloud และ software solution ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความต้องการในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และ ii) กลุ่มเกม จากวัฏจักรการออกวางจำหน่าย Nintendo Switch 2 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดขายจะลดลง QoQ เพราะปัจจัยฤดูกาล โดยยอดขายกลุ่มผู้บริโภค และ smartphone ซึ่งขึ้นกับลูกค้าระดับกลางถึงล่างน่าจะแผ่วลงในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ
อัตรากำไรขั้นต้นยัง ok
product mix ที่ดีขึ้น (สินค้าในกลุ่มเกมมักจะมี margin สูงกว่า) น่าจะหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69 อยู่ที่ 3.76% (ทรงตัว YoY, +20bps QoQ) โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น QoQ จะเป็นเพราะใน 4Q68 มีสัดส่วนยอดขายสินค้าจากโครงการที่มี margin ต่ำค่อนข้างสูง เราคาดว่าบริษัทจะคุมค่าใช้จ่าย SG&A ไว้ได้ที่ 254 ล้านบาท (+3% YoY, -1% QoQ) คิดเป็นสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายที่ 2.2% (จาก 2.2% ใน 1Q68 และ 2.1% ใน 4Q68)
เราใส่ผลกระทบจากการที่อุปทานตึงตัวไปในประมาณการบางส่วนแล้ว
เรายังคงมองว่าราคา memory ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดภาวะอุปทานขาดแคลน และ อาจจะทำให้อุปสงค์แผ่วลง ทั้งนี้ จากบทวิเคราะห์ Radar monthly IT Hardware: “Strong server demand; memory & CPUs are constraints” ของ KGI ไต้หวัน ฉบับวันที่ 16 เมษายน 2569 ทีมวิจัย KGI ไต้หวันได้ปรับลดประมาณการยอดจัดส่ง smartphone ทั้งโลกในปี 2569 จาก -2% เป็น -12% (คาดว่าแบรนด์จีนจะติดลบสองหลัก YoY ในขณะที่คาดว่า Apple จะยังโตได้ +3% YoY) และ ปรับลดประมาณการยอดจัดส่ง PC ทั้งโลกจาก -2%เป็น -11% จากอุปสงค์ที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม เราได้ใส่ผลกระทบไปบางส่วนแล้ว จากการที่เราใช้สมมติฐานยอดขาย (5% YoY ) และ อัตรากำไรขั้นต้น (3.84%) ที่อนุรักษ์นิยมมากกว่าเป้าของบริษัทที่ 10% และ 4% ตามลำดับ
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 11.00 บาท (PER ที่ 13.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจากเราใช้สมมติฐานยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นที่อนุรักษ์นิยมมากกว่าเป้าของบริษัท, มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5% ช่วยรองรับ และ ราคาหุ้นมี upside 16% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
ภาวะการแข่งขัน และ อัตรากำไรลดลง, ความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ, การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี, อัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากการที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น







