บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Mega Lifesciences (MEGA TB)

ตอกย้ำเป้าหมายปี 69 และ 73 ในงาน Invest Thailand

เติบโตแข็งแกร่ง ความเสี่ยงจากสงครามจำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MEGA โดยมีปัจจัยหนุนหลักคือ 1) คาดกำไรหลักปี 69 เติบโต 11% จากการฟื้นตัวในเมียนมา และแรงส่งที่แข็งแกร่งของธุรกิจแบรนด์ของบริษัท และ 2) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5% ในช่วงปี 69-70 เรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นราว 13% ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. เป็นการปรับลงที่มากเกินไป เมื่อเทียบกับผลกระทบต่อกำไรที่มีจำกัดจากสงครามในตะวันออกกลาง โดย CFO, รอง CFO และ SVP ได้เข้าร่วมงาน Maybank Invest Thailand (24 เม.ย.) และตอกย้ำเป้าหมายเพิ่มกำไรสุทธิเป็นสองเท่าจากปี 68 ภายในปี 73 ราคาเป้าหมายยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 42 บาท (อิง P/E ปี 69 ที่ 16.5 เท่า)

ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางอยู่ในระดับบริหารจัดการได้

ผู้บริหารมองว่าผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมีจำกัด เนื่องจากประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale ซึ่งจะทำให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าต้นทุนการผลิต) จะช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่ผันแปรตามพลังงานได้ นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาสินค้าแบรนด์เพียง 1% ก็เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 20% โดยต้นทุนที่ผันแปรตามพลังงานคิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้ธุรกิจสินค้าแบรนด์ แบ่งเป็น 4% จากบรรจุภัณฑ์ และ 3% จากค่าขนส่งและค่าเดินทาง

สถานการณ์ในเมียนมายังคงมีเสถียรภาพ

รายได้ยังเติบโตได้ดีตั้งแต่ต้นปี (YTD) จากแรงหนุนของธุรกิจแบรนด์ และสถานการณ์ใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาที่มีเสถียรภาพตั้งแต่ 3Q68 แม้ว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าในช่วง มี.ค.-เม.ย. 69 แต่ MEGA ยังสามารถขอใบอนุญาตนำเข้าได้ เนื่องจากเมียนมามีภาวะขาดแคลนยา นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเติบโตในธุรกิจแบรนด์ เนื่องจากจำนวนผู้เล่นในตลาดเมียนมาลดลงจากมากกว่า 10 รายในปี 62 เหลือเพียง 3-4 รายในปัจจุบัน

ตั้งเป้าเพิ่มกำไรสุทธิเป็นสองเท่าของปี 68 ภายในปี 73

MEGA ตั้งเป้ากำไรสุทธิปี 2573 ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568-73 อยู่ที่ 13% (เทียบกับที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 9%) ผู้บริหารกล่าวว่าการเติบโตของกำไรในระยะยาวน่าจะได้รับแรงหนุนจาก 1) แผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แข็งแกร่ง (ตั้งเป้าเปิดตัว 30 ผลิตภัณฑ์ต่อปี) 2) ตลาดอินโดนีเซีย (ตลาดเวชภัณฑ์มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ + กำลังการผลิตใหม่ของ MEGA ที่จะเริ่มดำเนินงานในช่วงต้นปี 2570) และ 3) การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ถือเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมสำหรับเป้าหมายระยะยาวของบริษัท

- Advertisement -