บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Moshi Moshi Retail (MOSHI TB)

สรุปจากงาน Maybank Invest Thailand

หุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีก

บริษัท MOSHI นำโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO), ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ได้เข้าร่วมงาน Maybank Invest Thailand โดยได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อที่อ่อนแอ แต่ผู้บริหารยังคงเป้าหมายยอดขายปี 2569 ไว้ตามเดิม บริษัทยังคงความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาขาย จากการออกสินค้าที่พัฒนาเองอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บริษัทสามารถปรับราคาขายเพื่อตอบสนองต่อต้นทุนสินค้าและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันที่สูงขึ้นได้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 52.00 บาท

ผลกระทบจากสงครามอยู่ในระดับที่จัดการได้

ผู้บริหารยังไม่เห็นผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อต้นทุน หรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจาก MOSHI มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ประมาณ 1,000 รายการ (SKUs) ต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการออกแบบภายในบริษัทเอง ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการปรับราคาขายตามต้นทุนโลจิสติกส์และต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามการปรับราคาของซัพพลายเออร์ ทั้งนี้ ข้อกังวลหลักของผู้บริหารคือการที่กำลังซื้อของผู้บริโภคอาจลดลงท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม MOSHI ยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ไว้ที่ 15–20% โดยได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) การขยายสาขา และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น

แผนขยายสาขายังดำเนินต่อเนื่อง

แผนการขยายสาขาของ MOSHI สำหรับปีนี้ยังคงดำเนินไปตามเป้าหมาย โดยวางแผนเปิดสาขาใหม่ 35 แห่ง ซึ่งทั้งหมดจะเป็นสาขาในรูปแบบร้านค้าปลีก และจะไม่มีการเพิ่มสาขาร้านขายส่ง เนื่องจากผู้บริหารพิจารณาแล้วว่าสาขาขายส่งของ Moshi Moshi ที่มีอยู่ 2 แห่ง คือที่สำเพ็งและแพลทินัมมอลล์นั้นเหมาะสมแล้ว โดยหากไม่นับรวมรูปแบบ Standalone และ Shop-in-shop ผู้บริหารมองเห็นศักยภาพในการขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกได้สูงสุดถึง 350 แห่งในประเทศไทย นอกจากนี้ MOSHI ยังเปิดรับโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัจจุบัน และมีการศึกษาแผนการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียนบางแห่ง

รักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่อง

เรายังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2569 โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิไว้ที่ 14% YoY ซึ่งได้รับแรงหนุนจากประมาณการ SSSG ที่ +3% และการเปิดสาขาใหม่ 35 แห่ง คาดว่าผลประกอบการใน 1Q69 จะเติบโต 18% YoY และมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องไปยัง 2Q69 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง การจัดวางสินค้าภายในร้านที่ดึงดูดลูกค้า และเครือข่ายร้านค้าที่ครอบคลุม ทั้งนี้ คาดว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่ง โดยมีสถานะเงินสดสุทธิ และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 4%

- Advertisement -