บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
THE ERAWAN GROUP (ERW TB)
China recovery offsets external pressures
-
คาดกำไรปกติ 1Q26 ทรงตัว q-q เติบโต 14% y-y หนุนโดยอุปสงค์การท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง และ RevPAR เติบโตอย่างมั่งคง
-
อัตราการเข้าพักกลุ่มโรงแรมที่ไม่ใช่ Hop Inn คาดเพิ่มขึ้น 4-5% y-y ในเดือน เม.ย.-พ.ค. จากกลุ่มลูกค้าชาวจีน และฐานต่ำปีก่อน
-
คงคำแนะนำ ซื้อ คาดกำไรปี 2026 ยังเติบโต 7% ทำสถิติใหม่
คาดผลประกอบการ 1Q26 ยังแข็งแกร่ง
เราคาดว่า ERW จะมีกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 382 ลบ. (+2% q-q, +11% y-y) หากไม่รวมค่าใช้จ่ายคืนหนี้เงินกู้ก่อนกำหนด คาดกำไรปกติ 392 ลบ. ทรงตัว q-q และยังเติบโตแข็งแกร่ง 14% y-y เป็นผลจากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในประเทศไทย และการขยายเวลาเข้าพักของนักท่องเที่ยวระยะไกลอันเป็นผลจากข้อจำกัดของเที่ยวบินในเดือน มี.ค. ซึ่งช่วยพยุง RevPAR คาดรายได้รวมเติบโต 5% y-y (-1% q-q) บน RevPar โรงแรมกลุ่ม luxury-to-economy เพิ่มขึ้น 4% y-y (+6% q-q) ขณะที่รายได้ Hop Inn เติบโต 19% y-y (-1% q-q) โดยหลักจากการเปิดโรงแรมใหม่ กำหนดสมมติฐาน EBITDA margin 38.2% เพิ่มขึ้น 1.5ppt y-y จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น สะท้อนความสามารถในการรักษาระดับกำไร
ยอดจองล่วงหน้า เม.ย.-พ.ค. ยังเติบโต แม้เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เราคาดว่าเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลางจะมีผลกระทบจำกัดต่อแนวโน้มการดำเนินงาน 2Q26 โดยคาดว่าอัตราการเข้าพักกลุ่มโรงแรมที่ไม่ใช่ Hop Inn ยังเติบโตได้ราว 4-5% y-y ในเดือน เม.ย.-พ.ค. อิงยอดจองล่วงหน้าที่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของลูกค้าจีน และฐานต่ำปีก่อนหลังเหตุแผ่นดินไหวในไทย รวมถึงจุดแข็งด้านการกระจายฐานลูกค้า ขณะที่ลูกค้ายุโรปอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น และยังไม่เห็นการทำตลาดด้านราคา เนื่องจากการจองมีรูปแบบกระชั้นชิดมากขึ้น คาดว่าการดำเนินงานโรงแรมกลุ่ม luxury-to-economy จะช่วยจำกัดผลกระทบต่อโรงแรม Hop Inn ในไทย (ราว 16% ของรายได้รวม) จากราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เราคาดว่าบริษัทยังคงมีกำไรใน 2Q26 แต่จะลดลง q-q และค่อนข้างทรงตัว y-y
ปรับลดประมาณการ แต่คาดกำไรยังเติบโต 7%
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2026-2028 ลง 5-7% เพื่อสะท้อนสมมติฐานรายได้และมาร์จิ้น คาดกำไรปกติปี 2026 กลับมาทำสถิติใหม่ที่ 939 ลบ. (+7% y-y) บนรายได้รวมเติบโต 5% และ EBITDA margin ขยายตัวเล็กน้อย 0.4ppt y-y และคาดกำไรปกติเติบโตเฉลี่ย 3 ปีข้างหน้าในอัตรา 9% CAGR โดยปี 2026 เราคาดว่าโรงแรมกลุ่ม luxury-to-economy มีอัตราการเข้าพักราว 80% (+0.6ppt y-y) และ RevPAR เติบโต 1% y-y ส่วนโรงแรม Hop Inn คาดรายได้เติบโต 12% y-y จากการเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่งในปีนี้
คงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก downside ที่จำกัดและกลยุทธ์การเติบโต
เราปรับลดมูลค่าพื้นฐานอิงวิธี DCF เป็น 3.50 บาท (จากเดิม 3.76 บาท) เทียบเท่า 18x P/E ปี 2026 (ราว -1.5SD) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเพียง 13x P/E ปี 2026 (ราว -1.0SD) สะท้อนความกังวลต่อการเติบโตของกำไรจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง จึงมอง downside ต่อราคาหุ้นจำกัด และหากสถานการณ์เป็นไปในทิศทางดีขึ้นจะเป็นบวกต่อ ERW เรายังคงชอบกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท จากการเปิดโรงแรมใหม่เชิงรุกในกลุ่ม mid-scale to budget เพื่อตอบสนองอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว ขณะที่แผนทบทวนมาตรการฟรีวีซ่าของภาครัฐ คาดผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานไม่มีนัยสำคัญ เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มพำนักระยะยาวมีสัดส่วนต่ำมาก







