บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
MINOR INTERNATIONAL (MINT TB)
High season ahead, costs weigh
-
คาดกำไรปกติ 1Q26 ที่ 109 ลบ. เป็นระดับต่ำสุดของปีตามฤดูกาล แต่เติบโต 119% y-y จากการดำเนินงานโรงแรมแข็งแกร่ง แม้มาร์จิ้นอ่อนตัว
-
2Q26 คาดฟื้นตัว q-q จากไฮซีซั่นของโรงแรมในยุโรป แต่ค่อนข้างทรงตัว y-y จากต้นทุนที่สูงขึ้น
-
คงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก valuation ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงแรมไทยที่เราศึกษา
ธุรกิจโรงแรมหนุนกำไร 1Q26 แต่มาร์จิ้นชะลอตัว
เราคาดว่า MINT จะมีกำไรปกติ 1Q26 ที่ 109 ลบ. (-97% q-q, +119% y-y) ต่ำกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ 377 ลบ. จากมาร์จิ้นที่อ่อนแอกว่าคาด คาดรายได้เติบโต 7% y-y (-12% q-q) หนุนโดย RevPAR โรงแรมที่เป็นเจ้าของเพิ่มขึ้น 10% y-y จากการปรับขึ้น ADR ในยุโรป (+7%) และไทย (+19%) และ OCC ทรงตัวที่ 64% ส่วนธุรกิจร้านอาหารคาด SSSG อยู่ที่ -0.8% y-y โดยไทยทรงตัว ขณะที่ TSSG เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากการขยายสาขาในไทยและสิงคโปร์ กำหนดสมมติฐาน EBITDA margin 21.7% (-1.1ppt y-y) จากค่าเช่าที่สูงขึ้นของธุรกิจโรงแรม ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดสาขาใหม่ของธุรกิจร้านอาหาร และการลงทุนด้านไอที
2Q26 ฟื้นตัวตามฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่ต้นทุนสูงขึ้น
เราคาดว่ากำไรปกติ 2Q26 จะฟื้นตัว q-q ตามฤดูกาลท่องเที่ยวในยุโรป แต่ค่อนข้างทรงตัว y-y จากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยโรงแรมในยุโรป (ราว 50% ของรายได้บริษัท) คาด RevPAR ยังเติบโต 2% y-y ขณะที่ไทยและมัลดีฟส์คาดลดลง 9% และ 12% ตามลำดับ ตาม OCC ที่อ่อนตัวจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เราคาดว่า MINT ยังสามารถรักษา ADR ตามกลยุทธ์ได้ ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคยุโรปช่วงฤดูร้อนปีนี้จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ ส่วนต้นทุนธุรกิจร้านอาหารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย. และดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากการใช้ bridging loan เพื่อรีไฟแนนซ์ perpetual debentures อาจกดดันอัตรากำไร
ปรับลดประมาณการ การเติบโตยังเป็นบวก
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2026-2028 ลง 3-4% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง คาดกำไรปกติปี 2026 ที่ 9.97 พัน ลบ. (+3% y-y) บนรายได้เติบโต 5% และกำไรเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 9% CAGR จากการขยายธุรกิจและโอกาสฟื้นตัวหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย สมมติฐานหลักปี 2026 ได้แก่ OCC โรงแรมที่เป็นเจ้าของ 71% (+1ppt y-y), RevPAR เติบโต 3% y-y, SSSG ทรงตัว และ TSSG +3% y-y
คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 33.50 บาท
เราปรับลดราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF เป็น 33.50 บาท (จาก 35 บาท) เทียบเท่า 18x P/E ปี 2026 (-1.0SD) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเพียง 12x P/E ปี 2026 (-1.5SD) ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงแรมไทยที่เราศึกษา สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง เรามองว่า downside จำกัด เนื่องจากความเสี่ยงด้านต้นทุนและภูมิรัฐศาสตร์ได้ถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว ขณะที่สัดส่วนรายได้จากยุโรปช่วยจำกัดผลกระทบดังกล่าว ส่วนแผนซื้อคืนหุ้นอาจช่วยหนุนกำไรปกติต่อหุ้น (core EPS) เติบโต 7% ในปี 2026 และอีก 13% ในปี 2027








