บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

B.GRIMM POWER (BGRIM TB)

1Q26 ทรงตัว แต่ต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นรออยู่

  • คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ไม่ตื่นเต้น รายได้ขายไฟให้ EGAT ลดลง แต่ลูกค้าอุตสาฯ เพิ่มขึ้น SPP margin ดีขึ้นจากราคาก๊าซปรับลง และยังมีกำไรจาก FX ช่วยหนุน

  • แนวโน้ม 2Q26 จะเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาก๊าซที่ปรับขึ้นมากกว่าค่า Ft ที่ปรับขึ้น และจะมี downside จากประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ที่คาด +23.4% y-y

  • ระยะสั้นยังไม่มี Catalyst และอาจถูกกดดันจากต้นทุนค่าก๊าซที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาหุ้น Overhang แต่ระยะยาวเนื่องจากราคาหุ้นลงมาลึกและเปิด upside กว้างจึงยังแนะนำ “ซื้อ”

คาดกำไรปกติ 1Q26 + 2.1% q-q แต่ลดลง 6.2% y-y

เราคาด BGRIM จะกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 625 ลบ. +26.7% q-q แต่ -4.4% y-y หากไม่รวมกำไรจาก FX จะมีกำไรปกติราว 515 ลบ. +2.1% q-q แต่ -6.2% y-y โดยคาดรายได้จากการขายไฟฟ้ารวม +0.2% q-q, -0.5% y-y จากรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ตามการเรียกเดินเครื่องจาก กฟผ. ที่ลดลง ขณะที่ลูกค้าอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีโรงงานหยุดซ่อมบำรุง นอกจากนี้รายได้จากโรงไฟฟ้าในเวียดนามดีขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและค่าเงินดองอ่อนค่า ขณะที่ margin ของโรงไฟฟ้าในไทยรวมดีขึ้นเล็กน้อย จากค่า Ft ที่ปรับลดลงน้อยกว่าต้นทุนราคาก๊าซลดลงในช่วง 1Q26 คาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมดีขึ้นมาอยู่ที่ 160 ลบ. เพิ่มขึ้น 34.8% q-q จากผลกำไรจาก FX ในสินทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ลดลง 1.4% y-y สำหรับ SG&A คาดลดลง 34% q-q เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการรับโอนพนักงานจากบริษัท BGRIM JV เหมือนไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 10% y-y จากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น y-y จากผลขาดทุนจาก FX กว่า 400 ลบ. ที่ไม่เกิดขึ้นจริงบนหนี้ที่เป็นดอลลาร์สหรัฐ และภาษีที่เพิ่มขึ้นหลังโรงไฟฟ้า ABP3 หมด BOI นอกจากนี้ไตรมาสนี้จะมีกำไรจาก FX ราว 500 ลบ. จากเงินให้กู้สกุลดอลลาร์สหรัฐกับบริษัทในเครือในต่างประเทศ

แนวโน้ม 2Q26 จะเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาก๊าซที่สูงขึ้น

แนวโน้มกำไรปกติ 2Q26 มีโอกาสปรับลดลง ทั้ง q-q, y-y จากต้นทุนก๊าซที่เริ่มปรับขึ้นสูงในเดือน พ.ค. มาอยู่ที่ 347 บาท/MMBTU จากค่าเฉลี่ย 260-270 บาท/MMBTU ขณะที่ค่า Ft ปรับขึ้นเพียง 7 สตางค์/หน่วย มาอยู่ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft และต้นทุนราคาก๊าซ พบว่า กรณีที่ราคาก๊าซปรับขึ้น 62 บาท/MMBTU จะกระทบต่อกำไรลดลง 217 ลบ./ไตรมาส ส่วนค่า Ft ที่ปรับขึ้น 7 สตางค์/หน่วย จะทำให้กระทบต่อกำไรเพิ่มขึ้น 38.5 ลบ./ไตรมาส ดังนั้นสุทธิแล้วคาดว่ากำไร 2Q26 จะถูกหายไปราว 150 -178 ลบ. เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 อยู่ที่ 2,068 ลบ. +23.4% y-y อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรของเรามี downside กรณีให้ต้นทุนราคาก๊าซที่ปรับขึ้น 62 บาท/MMBTU และค่าไฟ Ft ปรับขึ้นราว 12 สตางค์/หน่วย ในช่วงที่เหลือของปี จะเป็นลบต่อกำไรปี 2026 ราว 15-20%

โรงไฟฟ้าในเกาหลีใต้และ Data Center จะเป็นหัวหอกของการเติบโตใน 2 ปี ข้างหน้า

ปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตรวมไฟฟ้า 4.6 GW แบ่งเป็นโรงไฟฟ้า SPP 65% และพลังงานหมุนเวียน 35% การเติบโตของกำลังผลิตหลักใน 2 ปีข้างหน้าจะมาจากโครงการ Nakwol 1 ขนาด 360 MW ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 70% คาด COD กลางปีนี้ โครงการโรงไฟฟ้าในไทย 100MW และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 420MW ในสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีโครงการ Data center ขนาด 96MW ปัจจุบันมีลูกค้าครบแล้ว เป็นสัญญา 10-20 ปี คาดขนาด 48MW จะเสร็จ 4Q26

ต้นทุนราคาก๊าซที่ปรับขึ้นจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นระยะสั้น

เราเชื่อว่าระยะสั้นราคาหุ้นน่าจะถูกกดดันจากต้นทุนค่าก๊าซที่เริ่มปรับขึ้นในเดือน พ.ค. ไปจนถึงเดือน ส.ค. 2026 ขณะที่ค่า Ft ปรับขึ้นจำกัด สำหรับระยะยาวคาดว่าราคาก๊าซจะกลับสู่ภาวะปกติในปีหน้า ราคาหุ้นที่ปรับลงสะท้อนต้นทุนที่คาดว่าจะสูงขึ้นค่อนข้างมาก จนราคาหุ้นมี upside เปิดกว้าง ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ ซื้อ

- Advertisement -