บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BUMRUNGRAD HOSPITAL (BH TB)
Recovery underway into 2Q26
-
แนวโน้ม 2Q26 เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการฟื้นตัวของคนไข้ตะวันออกกลาง โดยยังเติบโตและรักษาระดับมาร์จิ้น แม้รายได้คนไข้ไทยยังชะลอตัวเล็กน้อย
-
อัตรากำไรยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง จากส่วนผสมคนไข้และการบริหารต้นทุน
-
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากความชัดเจนมากขึ้นของแนวโน้มการดำเนินงาน จำกัดความเสี่ยงขาลง และมีความได้เปรียบจากสัดส่วนคนไข้ต่างชาติที่สูง
โมเมนตัมคนไข้ตะวันออกกลางเริ่มฟื้นใน 2Q26
โทนการประชุมเป็นบวกเล็กน้อย โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 2Q26 เติบโตราว 2% y-y ขับเคลื่อนจากปริมาณคนไข้ต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ปลาย 1Q26 หลังช่วงรอมฎอน และต่อเนื่องถึงต้น 2Q26 ขณะที่สัดส่วนรายได้แบ่งตามประเภทการชำระเงินของคนไข้ตะวันออกกลางยังไม่เปลี่ยนแปลง (75% GOP, 25% self-pay) สะท้อนอุปสงค์ที่ยังแข็งแรงแม้มีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน ภาพรวมรายได้จากคนไข้ไทยยังชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ แม้กลุ่มโรคซับซ้อนยังเติบโตได้ดี เราคาดการณ์กำไรปกติ 2Q26 ที่ 1.87 พัน ลบ. (+5% q-q, +1% y-y) บนรายได้ 6.11 พัน ลบ. (-2% q-q, +1% y-y) และ EBITDA margin ที่ 41.6% (+2ppt q-q, ทรงตัว y-y)
อัตรากำไรยังคงแข็งแกร่ง
เราคาดว่า EBITDA margin จะยังอยู่ในระดับสูงราว 40% จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการล็อกต้นทุนยาและเวชภัณฑ์กับผู้จัดจำหน่ายตลอดทั้งปี การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า และการบริหารระดับสินค้าคงคลังที่ 1-3 เดือน ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนสินค้าและผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากรายได้ต่อคนไข้ที่สูงขึ้นตามปริมาณการรักษาโรคซับซ้อน ขณะเดียวกัน ลูกหนี้การค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 960 ลบ. (+22% q-q) ใน 1Q26 จากกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง เนื่องจากการเปลี่ยนระบบเคลมของผู้จ่ายเงิน แม้ภายใต้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ คาดว่าจะสามารถทยอยรับชำระได้ในช่วง มิ.ย.-ก.ค. และกระบวนการจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะถัดไป
เปิดคลินิกใหม่ในบังกลาเทศเพื่อหนุนการส่งต่อผู้ป่วย BH
มีแผนเปิดคลินิกและศูนย์วินิจฉัยโรคในบังกลาเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานปลาย 3Q26 เพื่อให้บริการดูแลปฐมภูมิ ตรวจสุขภาพ และคัดกรองคนไข้โรคซับซ้อนก่อนส่งต่อมายังประเทศไทย โดยรายได้จากชาวบังกลาเทศในปัจจุบันมีสัดส่วนคนไข้ที่ชำระเงินเอง (self-pay) สูงถึง 97% อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ารายได้โดยตรงจากศูนย์นี้จะยังจำกัด โดยมี upside ต่อประมาณการรายได้ปี 2026-2028 ต่ำกว่า 0.2% เนื่องจากมีบทบาทส่วนหนึ่งเป็นศูนย์ส่งต่อคนไข้ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้จากคนไข้ต่างชาติในระยะยาว
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” คงราคาเป้าหมายที่ 194 บาท
เรายังคงประมาณการเดิม โดยคาดกำไรปกติเติบโต 3-5% ในช่วงปี 2026-2028 และคงราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF ที่ 194 บาท เทียบเท่า 20x P/E ปี 2026 (-0.5SD) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย 17x (-1.0SD) เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” บนมุมมองด้านความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรลดลง จากการฟื้นตัวของกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลางที่มีความชัดเจนมากขึ้น สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนของโมเมนตัมกำไรในระยะสั้น และสนับสนุนประมาณการเดิมของเรา โดย BH มีความได้เปรียบจากสัดส่วนรายได้คนไข้ชาวต่างชาติที่สูง ขณะที่ upside จากราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงการอาคารใหม่ในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลใหม่ที่ภูเก็ต ที่จะเปิดดำเนินงานช่วง 2H27 ยังต้องใช้เวลาในการสร้างรายได้ และเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของกำไรในปี 2027








