ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ปรับตัวขึ้น… หนุนโดยธีมหุ้นพลังงานและเทคโนโลยี

เมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว (ก่อนหุ้นไทยหยุดยาว 4 วัน) ตลาดหุ้นแกว่งตัวกรอบแคบๆ ก่อนปิดบวกเล็กน้อย (+0.13%)… ตามแรงซื้อกลับในหุ้นใหญ่สุดในตลาดฯ อย่าง DELTA* ซึ่งน่าจะเป็นการเก็งกำไรว่า ตลท. จะไม่ต่อมาตรการ cash balance ผนวกกับ Delta Taiwan รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 สูงกว่าที่ consensus คาดการณ์ไว้ แต่ภาพรวมหุ้นหลักในกลุ่มอื่นๆ ถือว่าทรงตัว

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร ปรับตัวขึ้น แต่คงไม่แรงนัก… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) น่าจะยังมีแรงผลักขึ้นในหุ้น DELTA* หลังจากหุ้นหลุดจากมาตรการ cash balance ii) หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีน่าจะแข็งแกร่งในวันนี้ ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อวานนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันเป็นครั้งแรกนับจากมีข้อตกลงหยุดยิง หลังจาก ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการ Project Freedom เพื่อปล่อยให้เรือที่ตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจเมื่อวานนี้ เห็นชอบให้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อประคองเศรษฐกิจในภาวะวิกฤตพลังงาน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ จากปัจจุบันที่ 70% ของ GDP และในวันนี้ คาดว่าที่ประชุม ครม. ชุดใหญ่ น่าจะอนุมัติมาตรการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ซึ่งน่าจะแจกเงิน 1 พันบาท/คน เป็นเวลา 4 เดือน

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร STECON, KTB, BBGI

STECON (เป้าพื้นฐาน 13 บาท)* 1) ประเมินราคา Sideway กรอบแคบบริเวณแนวรับ มีโอกาสแกว่งขึ้นและทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 11.8 บาท / แนวต้าน 12.4 – 13.1 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 13.6 – 14.0 บาท (Stop loss 11.2 บาท) 2) คาดเตรียมลงนามสัญญาก่อสร้างใหม่ปีนี้อีก > 5 หมื่นล้านบาท (โดยเฉพาะโครงการ Data center) Backlog ณ สิ้นปี 2568 > 1.2 แสนล้านบาท และคาด STECON* จะลงนามสัญญาโครงการใหม่อีกราว +5 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการ Data center (+/- 3 หมื่นล้านบาท) และรวมถึงโครงการภาครัฐฯที่เตรียมทยอยเปิดประมูลใน 2H69 จำนวนมาก 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 9.8 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ราว 11 เท่า) PBV 1.1 เท่า (ใกล้ค่าเฉลี่ยที่ 1 เท่า)

KTB (เป้าพื้นฐาน 37 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ขณะที่ RIS เริ่มฟื้นก่อน ประเมินแนวรับ 32.75 บาท / แนวต้าน 33.75 – 35 บาท กรณีฟื้นตัวปิดแก้ราคานี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 36 บาท (Stop loss 31.5 บาท) 2) ประเมินรับ Sentiment บวกจากนโยบายรัฐฯ เราประเมิน KTB* จะเป็นธนาคารรัฐฯที่รับอานิสงส์บวกจากนโยบายภาครัฐฯ (การเร่งเบิกจ่ายงบฯ และการลงทุน) ขณะที่ผลการประชุม กนง. ล่าสุด คาดลดความกังวลต่อทิศทาง NIM 3) Valuation ยังมี UpsidePBV 0.99 เท่า Dividend yield 6.7%

BBGI (เป้าพื้นฐาน 5.45 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ขณะที่ RIS เริ่มฟื้นก่อน ประเมินแนวรับ 4.1 บาท / แนวต้าน 4.24 – 4.44 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 4.6 บาท (Stop loss 3.88 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 1Q69 ดี และดีต่อใน 2Q69 รับ Sentiment บวกอุปสงค์ไบโอดีเซล ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 1Q69 = 158 ล้านบาท (+23% YoY +58% QoQ) และเราคาดแนวโน้มกำไรจะดีต่อเนื่องใน 2Q69 จากทั้งปริมาณขายและอัตรากำไรธุรกิจพลังงานทดแทน (ไบโอดีเซล + เอทานอล) ที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการภาครัฐฯ 3) Valuation ยังไม่แพง PBV 0.65 เท่า (-2 SD) Forward PE +/-11 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ราว +/-12 เท่า)

หุ้นมีข่าว

(+) SCC ปิดดีลปิโตรเคมียักษ์ Q3 กุมซัพพลายเชน 13 ล้านตัน (ข่าวหุ้น)* “ปูนซิเมนต์ไทย” ลั่น ปิดบี้ดีล Q3 ผนึก PTTGC* ตั้ง JV โอเลฟินส์ เขย่าโครงสร้างปิโตรเคมีไทยทั้งกระดาน ยกทัพ 7 โรงแครกเกอร์ กำลังผลิต 7 ล้านตัน บวก PE-PP อีก 6 ล้านตัน ปั้นซัพพลายเชนยักษ์ครบวงจร ผู้บริหารมั่นใจแนวโน้มไตรมาส 2/69 ภาพรวมธุรกิจดีต่อเนื่องจาก Q1/69 ขณะที่ มอร์แกน สแตนลีย์ เชียร์ Overweight เป้าหมาย 270 บาท หากดีลปิด ต้นทุนยุบ อำนาจต่อรองพุ่ง มาร์จิ้นเด้งแรง

(+) TTB เปิดเกมซื้อหุ้นคืนรอบ 4 ทุ่ม 9.2 พันล. รับศึกหุ้นผันผวน เสนอซื้อ 2.20-2.28 บ. (ข่าวหุ้น)* แบงก์ทหารไทยธนชาต (TTB*) ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 โดยใช้วิธี General Offer หรือการเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ในระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-9 มิ.ย. 69 วงเงิน 9,245 ล้านบาท ราคาซื้อหุ้นคืนในเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 2.20 ถึง 2.28 บาทต่อหุ้น แจ้งราคาซื้อหุ้นคืนที่เป็นราคาสุดท้ายภายในวันนี้ (5 พ.ค. 69) เพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น เน้นบริหารโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นของธนาคาร

(+) SAWAD ดีมานด์สินเชื่อดี๊ด๊า ยอด ‘จำนำบ้าน-ที่ดิน’ นำโด่ง (ทันหุ้น)* SAWAD* ดีมานด์สินเชื่อบ้าน-ที่ดินพุ่ง จากแบงก์เข้มงวด ดันพอร์ตมั่นคงขึ้น คาด Q1/2569 โตต่อ รับแรงหนุนสภาพคล่องเทศกาล-การเมืองนิ่ง คง Credit Cost 1.8-2% คุมความเสี่ยง ต้นทุนดอกเบี้ยต่ำหลังได้เรตติ้ง A- พร้อมเร่งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมประกัน ขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านแอป

(+) TFM เจ๋งไตรมาส 1 กำไรโต 11.9% อานิสงส์ยอดขายอาหารกุ้งพุ่ง 13% ทุ่ม 600 ล้าน สร้างโรงงานที่เอกวาดอร์ (ข่าวหุ้น) TFM ฟอร์มสวย! แจ้งงบไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% โดยยอดขาย 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เหตุธุรกิจอาหารกุ้งกวาดยอดขาย 880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% ย้ำเป้าปี 69 ยอดขายโต 8-10% เน้นรักษาอัตรากำไรขั้นต้น 18-20% อัดงบ 600 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ในเอกวาดอร์ จับมือพันธมิตรในบังกลาเทศ พร้อมชูโมเดลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ ดันสินค้าไทยเจาะตลาดพรีเมียมโลก

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 40 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 36.5 บาท)

  • GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 2.91 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 2.8 บาท)

  • WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.0 บาท) แนวรับ 4.42 บาท / แนวต้าน 4.6 – 4.8 บาท (Stop loss 4.32 บาท)

  • KTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 29 บาท / แนวต้าน 30 – 31 บาท (Stop loss 28.5 บาท)

  • BEM* (เป้าพื้นฐาน 7.15 บาท) แนวรับ 5.25 บาท / แนวต้าน 5.35 – 5.5 บาท (Stop loss 5.2 บาท)

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท) แนวรับ 15.1 บาท / แนวต้าน 15.6 – 16.3 บาท (Stop loss 13.3 บาท)

  • GLOBAL* (เป้าพื้นฐาน 7.1 บาท) แนวรับ 6.5 บาท / แนวต้าน 6.75 – 6.9 บาท (Stop loss 6.3 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 6.77 บาท) แนวรับ 5.7 บาท / แนวต้าน 5.9 – 6.05 บาท (Stop loss 5.55 บาท)

  • CK* (เป้าพื้นฐาน 20.6 บาท) แนวรับ 16.6 บาท / แนวต้าน 17.2 – 17.7 บาท (Stop loss 16.4 บาท)

  • TEGH (เป้า Consensus 3.95 บาท) แนวรับ 3.18 บาท / แนวต้าน 3.24 – 3.30 บาท (Stop loss 3.1 บาท)

  • TRUE* (เป้าพื้นฐาน 15.7 บาท) แนวรับ 13.6 บาท / แนวต้าน 13.8 – 14.1 บาท (Stop loss 13.4 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • SIRI แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 1.64 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 833 ล้านบาท (+2% YoY -44% QoQ) ทั้งนี้คาดแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวใน 2Q-3Q จากโครงการที่เริ่มทยอยสร้างเสร็จและโอน ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และประเมิน Dividend yield สูงถึง +/-10% ต่อปี*

  • AP แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 9.2 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 869 ล้านบาท (ทรงตัว YoY -33% QoQ) อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q69 จะชะลอตัวลง เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่สร้างเสร็จ แต่คาดผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H69 ฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการฯลง (ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง) และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 9.2 บาท (เดิม 10.2 บาท) ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)*

  • EGCO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 144 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 1.7 พันล้านบาท (Turnaround QoQ -53% YoY) และคาดกำไรปกติ 1Q69 = 1.5 พันล้านบาท (+1,528% QoQ -8% YoY) โดยกำไรที่ฟื้นตัว QoQ มาจากต้นทุนการบำรุงรักษาที่ลดลง อัตรากำไรธุรกิจโรงไฟฟ้า IPP ที่ดีขึ้น รวมทั้งรับรู้กำไรโรงไฟฟ้าที่ฟิลิปปินส์ (QPL) เข้ามาเต็มไตรมาส ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 144 บาท*

  • ICHI แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 14.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 285 ล้านบาท (-10% QoQ +16% YoY) ทั้งนี้คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะชะลอตัวลงใน 2Q69 จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการฯลง และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 14.5 บาท (เดิม 17.7 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”*

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -