บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

BANGKOK CHAIN HOSPITAL (BCH TB)

1Q26 profit to fall y-y, gradual pickup

  • คาดกำไรปกติ 1Q26 เติบโต 12% q-q ลดลง 17% y-y และ 2Q26 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย q-q แต่ยังลดลง y-y
  • คาดปี 2026 กำไรปกติยังเติบโต 4% บนรายได้รวมขยายตัว 2% โดยคนไข้ชาวไทยที่ชะลอตัวในปีนี้ จะถูกชดเชยด้วยกลุ่มคนไข้ชาวต่างชาติ และประกันสังคม
  • คงคำแนะนำซื้อ มองแนวโน้มกำไรดีขึ้นใน 2H26 และปันผลน่าสนใจราว 5%

1Q26 ชะลอตัวจากกลุ่มคนไข้ไทย

เราคาดว่า BCH จะมีกำไรปกติ 1Q26 ที่ 271 ลบ. (+12% q-q, -17% y-y) เติบโต q-q จากโมเมนตัมคนไข้ต่างชาติดีขึ้น และค่าใช้จ่ายที่ลดลงตามฤดูกาล แต่หดตัว y-y สะท้อนแรงกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไร คาดรายได้รวม 2.93 พัน ลบ. (-1% q-q, +1% y-y) ซึ่งรายได้คนไข้ต่างชาติยังมั่นคง (13% ของรายได้รวม; +11% q-q, ทรงตัว y-y) จากกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง นำโดยกาตาร์ และยูเออี เช่นเดียวกับรายได้กลุ่มคนไข้ประกันสังคมที่แข็งแกร่ง (36% ของรายได้รวม; +7% q-q, +5% y-y) แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงของกลุ่มคนไข้ชาวไทย (-9% q-q, -2% y-y) ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาดฐานสูงปีก่อน กำหนดสมมติฐาน EBITDA margin 23.0% (+1.2ppt q-q, -2.0ppt y-y) ลดลง y-y จากต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงานและส่วนผสมคนไข้ที่เปลี่ยนแปลง

การฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป แต่แนวโน้มกำไร 2Q26 ยังลดลง y-y

เราคาดว่า BCH จะได้ประโยชน์จากโมเมนตัมการฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปของปริมาณคนไข้ตะวันออกกลางหลังช่วงรอมฎอน ขณะที่คนไข้ชาวเมียนมาร์จะเติบโตจากฐานต่ำที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์แม่สายได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปีก่อน และรายได้คนไข้ประกันสังคมมีแรงหนุนจากการรับเงินชดเชยอัตราค่าภาระเสี่ยงโรคเรื้อรัง แม้อาจต่ำกว่า 2Q25 ที่ 78 ลบ. อย่างไรก็ตาม รายได้กลุ่มคนไข้ไทยยังคงมีปัจจัยท้าทายจากกำลังซื้อชะลอตัว ส่วนแนวโน้มมาร์จิ้นยังดูผสม แม้ได้รับปัจจัยบวกจากการล็อคต้นทุนยา แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายพนักงานสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการออกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นรายได้ จึงประเมินผลประกอบการ 2Q26 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย q-q แต่ยังลดลง y-y

ปรับลดประมาณการกำไร คาดหวังการเติบโตใน 2H26

เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2026-2028 ลง 4% เพื่อสะท้อนรายได้และมาร์จิ้นชะลอตัวในปีนี้ โดยใน 2H26 เราคาดว่าจะเริ่มเห็นกำไรปกติฟื้นตัว y-y มีแรงหนุนจากการปรับฐานของรายได้คนไข้กัมพูชา หลังจากกดดันกำไรตั้งแต่ 3Q25 ควบคู่กับการเติบโตต่อเนื่องของรายได้คนไข้ต่างชาติและประกันสังคม ประเมินรายได้ปี 2026 เติบโต 2% ใกล้เคียงปีก่อน โดยรายได้คนไข้ชาวไทย ลดลง 2% y-y ส่วนต่างชาติและประกันสังคมเติบโต 9% และ 5% ตามลำดับ ขณะที่ upside ต่อผลประกอบการ ได้แก่ การรับเงินเหมาจ่ายคงที่เพิ่มเติมจากประกันสังคม และโอกาสได้รับเลือกเป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อคนไข้ GOP คูเวต ซึ่งยังคงต้องรอสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย จึงคาดว่ากำไรปกติปี 2026 เติบโต 4% เป็น 1.31 พัน ลบ. และเพิ่มขึ้นราว 3-4% ในปี 2027-2028

คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 13.60 บาท

เราปรับลดราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF เป็น 13.60 บาท (จากเดิม 14.40 บาท) เทียบเท่า 26x P/E ปี 2026 (c-0.5SD) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 18x P/E ปี 2026 (c-1.25SD) และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจราว 5% แม้ความเสี่ยงของรายได้จากกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลางจำกัด เรามองว่ารายได้กลุ่มคนไข้ชาวไทยที่ชะลอตัว เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในระยะสั้น จึงคาดว่าจะเห็นการเติบโตของกำไรปกติ y-y ปรับตัวดีขึ้นใน 3Q-4Q26 จากรายได้คนไข้ต่างชาติ และ 1Q26 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปี

- Advertisement -