บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

MEGA LIFESCIENCES (MEGA TB)

ดีมานด์ที่แข็งแกร่งช่วยจำกัดความเสี่ยง

  • ความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ผลกระทบจากตะวันออกกลางและเมียนมาร์อยู่ในระดับจำกัด
  • คาดกำไรปกติ 1Q26 ชะลอ q-q ตามฤดูกาล แต่แนวโน้มการเติบโตพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง
  • ประมาณการของเราสอดคล้องกับ Guidance คงคำแนะนำซื้อ

ความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งช่วยจำกัดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก

แนวโน้มผลประกอบการใน 1Q26 ยังอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งธุรกิจ Brand Mega We Care และธุรกิจ Distribution ผลของสงครามในตะวันออกกลางยังไม่กระทบทั้งรายได้และต้นทุนของบริษัท เนื่องจากยาเป็นสินค้าจำเป็นต้องซื้อซ้ำ มีความยืดหยุ่นต่อราคาต่ำ สำหรับอาหารเสริมและวิตามิน แม้มีการแข่งขันรุนแรง แต่แบรนด์มีความแข็งแกร่ง เป็นที่รู้จักและไว้วางใจจากลูกค้า สำหรับสถานการณ์ในเมียนมาร์ แม้ว่ารัฐบาลจะกลับมาจำกัดการนำเข้าสินค้าเพื่อป้องกันเงินตราต่างประเทศไหลออก แต่กระทบ MEGA จำกัดมากเนื่องจากสัดส่วนสินค้าอุปโภคลดลงเหลือเพียงประมาณ 10% ของรายได้รวม ขณะที่สินค้าประเภทยาและวิตามินไม่กระทบ

คาดรายได้ 1Q26 ชะลอ 7.7% q-q จากฤดูกาลแต่แข็งแกร่ง y-y

เราคาดรายได้ 1Q26 -7.7% q-q ตามฤดูกาล และ +5.4% y-y ธุรกิจ Brands ยังคงแข็งแกร่ง เราคาดรายได้จาก Brands +14.0% y-y อัตรากำไรขั้นต้น 66.0% (ตลอดช่วงที่ผ่านมาอยู่ในกรอบ 65-66%) ส่วนธุรกิจ Distribution หากปรับผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนในเมียนมาร์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางกับอัตราที่เกิดขึ้นในจริงในท้องตลาด เราคาดรายได้ Distribution +5% y-y และอัตรากำไรขั้นต้น 23.9% ส่งให้คาดกำไรปกติของ MEGA ใน 1Q26 ที่ 535.5 ล้านบาท -15.9% q-q, -1.0% y-y แต่หากเทียบกับกำไรปกติที่ปรับปรุงโดยบริษัท กำไรปกติ 1Q26 ควรเพิ่มขึ้น 10.2% y-y

ความเสี่ยงด้านต้นทุนจำกัด กำไรยังคงแข็งแกร่ง

กำไรปกติ 1Q26 ที่เราคาด คิดเป็น 21% ของประมาณการทั้งปี เราคงประมาณการเชื่อว่าผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางมีจำกัดต่อบริษัท อย่างน้อยในช่วง 1H26 บริษัทไม่ถูกกระทบเพราะมีสต็อกวัตถุดิบรองรับแล้ว ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นใน 2H26 อาจอยู่ในรูปของบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วน 7-8% ของรายได้ ค่าขนส่งมีสัดส่วน 1-2% ของรายได้ เพียงปรับขึ้นราคาขาย 1-2% ก็ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้แล้ว แต่เชื่อว่าบริษัทเลือกที่จะคงราคาขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และบริหารค่าใช้จ่ายเอง

ประมาณการของเราสอดคล้องกับ Guidance ของบริษัท

ผู้บริหารคง Guidance กำไรปี 2026 เติบโตเป็นเลขสองหลัก ขณะที่เราคาดกำไรปกติทรงตัวจากปีก่อน แต่หากเทียบกำไรปกติที่ปรับปรุงโดยบริษัทในปี 2025 ที่ 2,236.5 ล้านบาท กำไรปกติของเราจะโต 11.7% y-y ใกล้เคียง Guidance ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามทั้งที่ผลกระทบจำกัดมาก เราจึงยังคงแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมาย 39 บาท (DCF)

 

- Advertisement -