บล.เอเซีย พลัส:
THAI กำไรลดระดับ YoY…เพดานบินถูกจำกัด (Trading)
Flash Points
-
คาดกำไรปกติงวด 1Q69 (งบประกาศ 14 พ.ค.) ที่ 8.5 พันล้านบาท ชะลอ 17% YoY (เติบโต 25% QoQ ตามฤดูกาล) จากมาร์จิ้นลดลง
-
Cabin factor อยู่ที่ 83.1% (-0.2 ppt YoY) ชะลอตัวเกือบทุกเส้นทางบิน ยกเว้น ยุโรปอยู่ที่ 90.6% (+0.4 ppt YoY) เพราะการเร่งตัวช่วง มี.ค. มาที่ 96.7% รับประโยชน์จากการเป็นเที่ยวบินตรง โดยไม่ผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง
-
Operating profit margin (OPM) ราว 21% (- 4 ppt YoY) สะท้อนแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคา ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ขณะที่คาดผลกระทบจากการเร่งตัวของ Jet fuel จะเริ่มชัดในงวด 2Q69
-
THAI บริหารจัดการความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ผ่าน Brent ที่ระดับ 50% ของปริมาณการใช้ในงวด 1H69 และราว 35% ในช่วง 2H69 รวมถึงการปรับขึ้นค่าตั๋วเครื่องบินช่วง พ.ค. ประมาณ 10% – 15% จากช่วงก่อนสงครามช่วยบรรเทา
Impact Insight
-
ค่าเฉลี่ย Jet fuel สัปดาห์ล่าสุด (ถึง 1 พ.ค.) ที่ 181 USD/bbl สูงกว่าช่วงก่อนสงครามที่ 99 USD/bbl (+80%) โดยฝ่ายวิจัย อิงสัดส่วนการ Hedging ข้างต้น และสัดส่วนต้นทุนน้ำมันที่ 30% ของค่าใช้จ่าย จะส่งผลให้ OPEX เพิ่มขึ้นราว 12%
-
ฝ่ายวิจัยประเมินการปรับขึ้นค่าตั๋วข้างต้น ช่วยลดแรงกดดันจากฝั่ง OPEX แต่ในอีกด้านมีแนวโน้มกระทบ Demand การเดินทาง ซึ่งทาง THAI เปิดเผยว่ายอด Forward booking ช่วง 2 เดือนข้างหน้า (พ.ค. – มิ.ย.) ชะลอตัว 4% – 6% YoY
-
กำไรฯ 1Q69F คิดเป็นสัดส่วน 31% ของประมาณการเดิม (VS 1Q68 ที่คิดเป็นสัดส่วน 35% ของกำไรฯ ปี 2568) บ่งชี้ Downside โดยเฉพาะผลพวงจากราคาน้ำมันต่อ Cabin factor ที่จะมีแนวโน้มส่งผลต่อกำไรฯ เชิง YoY ในช่วง 2Q – 3Q69
-
เพื่อสะท้อนความไม่แน่นอนจากสงคราม จึงปรับลดกำไรปกติปี 2569 – 70 เฉลี่ย 8% จากการปรับลด ASK (-8%) และ Cabin factor รวมทั้ง OPM (-0.1 ppt จากเดิม) โดยกำไรฯ ปี 2569F ใหม่อยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านบาท (-16% YoY)
Execution
-
อิง PER 8 เท่า (สายการบินในภูมิภาค 8 – 12 เท่า) ให้ FV ใหม่ที่ 7 บาท (เดิม 7.7 บาท) คงแนะนำเพียง Trading ราคาหุ้นมี PER ซื้อขาย 7 เท่า สะท้อนความเสี่ยงไปพอควร แต่การฟื้นตัวมีแนวโน้มช้ากว่าสนามบินและโรงแรม โดยมี Brent ต่ำ 100 USD/bbl เป็น Tactical trigger ในการเข้าเก็งกำไร







