บล.เอเซีย พลัส: 

PTTGC งบ 1Q69 ดีขึ้นตามคาด ส่วน 2Q69 จะเผชิญแรงกดดันต้นทุนสูง (Sell)

Flash Points

  • PTTGC รายงานผลการดำเนินงานสุทธิ 1Q69 พลิกกลับเป็นกำไร 3.2 พันล้านบาท ตามคาด จากงวดก่อนหน้าที่เผชิญกับผลขาดทุน 5.5 พันล้านบาท โดยเป็นผลจากการบันทึกกลับเป็นกำไรจากสต็อกน้ำมันและอะโรเมติกส์รวม NRV ที่สูงถึง 7.2 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่บันทึกขาดทุนสต็อกน้ำมันฯ 1.5 พันล้านบาท ถึงแม้กำไรส่วนนี้จะถูกหักล้างหมดด้วยการบันทึกขาดทุนจาก Hedging spread น้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะกลุ่มดีเซลและเจ็ต และน้ำมันดิบ รวม 8.0 พันล้านบาท แต่ก็ยังได้กำไรจากการขาย Tank&Terminal 3.3 พันล้านบาท มาช่วย แม้ในงวดนี้จะมีการตั้ง Impairment GCP Polyal 3.4 พันล้านบาท US shale gas 1.4 พันล้านบาท และ PTTMCC 1.6 ล้านบาท รวมถึงบันทึกกำไรจาก Fx ลดลงเล็กน้อยตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 1.25 บาท มาอยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท

  • หากมาพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินปกติในงวด 1Q69 พบว่าพลิกกลับเป็นกำไรมาอยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท จากขาดทุน 4.4 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า รับผลบวกหลักจาก GRM ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.7 จาก 7.9 เหรียญฯต่อบาร์เรล ตามภาวะสงครามที่เกิดขึ้น และ U.rate ของโรงกลั่นและอะโรฯที่เพิ่มมาอยู่ที่ 103% และ 89% จาก 4Q68 ที่มี shutdown เช่นเดียวกับ BTX P2F ของธุรกิจอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 276 จาก 193 เหรียญฯต่อตัน ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีโอเลฟินส์และโพลีเมอร์คาดจะดีขึ้นเช่นกัน ตาม spread ที่ฟื้นตัว แต่อาจจะยังไม่ได้รับผลบวกเต็มที่ เพราะการขายจะมี lead-time ราว 1 เดือน ดังนั้นจะเห็นผลบวกเต็มที่ในช่วงต้นงวด 2Q69 แต่ยังได้รับผลบวกจากต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจ Performance Chemical ดีขึ้นจาก Allnex ที่ผ่านช่วง low season ไปแล้วในไตรมาส 4 ส่วน ธุรกิจ Intermediate กำไรลด QoQ จาก MEG shutdown และ margin ลด

Impact Insight

  • สำหรับ Outlook ผลการดำเนินงานปกติ 2Q69 หวังจะยังอยู่ในระดับที่ดี โดยให้น้ำหนักไปที่ธุรกิจโอเลฟินส์ที่จะรับผลบวกเต็มที่จากราคา และ spread ผลิตภัณฑ์ ที่อยู่ในระดับสูงช่วงเดือน มี.ค.- เม.ย. แต่คาดว่าธุรกิจโรงกลั่นอาจถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบของเดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีนัยฯจากทั้ง Crude Premium ที่มาอยู่ที่ 40-45 จาก 15 เหรียญฯต่อบาร์เรล รวมถึงค่าประกันภัยและต้นทุนอื่นๆที่เพิ่มขึ้นตามสงคราม ซึ่งอาจมาหักล้าง GRM อ้างอิงในตลาด spot ที่ดีขึ้นมาเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยงวด 1Q68 แต่ทั้งนี้ยังต้องรอดูสถานการณ์สงครามในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. อยู่ว่าจะจบลงหรือไม่ ซึ่งหากจบเร็วในส่วนของ bottom line จะไม่มีบันทึกกำไรสต็อกฯก้อนใหญ่เช่นใน 1Q69 และมีโอกาสกลับมาเป็นบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือเป็นอีกความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังสำหรับงบ 2Q69

Execution

  • เบื้องต้นคงประมาณการ และมูลค่าพื้นฐานปี 2569 เท่ากับ 36 บาทต่อหุ้น เชื่อว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นแรงจาก Competitiveness ที่ PTTGC ได้รับจากการใช้ feedstock หลักเป็น Gas Base และราคาปิโตรเลียม ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ประโยชน์จากช่วงภาวะสงครามจนเต็มมูลค่าพื้นฐานไปแล้ว ประกอบกับงบ 2Q69 ยังมีความเสี่ยงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมีนัยฯ และสงครามที่อาจจะจบลง ดังนั้นช่วงสั้นแนะนำหาจังหวะทยอยขายทำกำไรในช่วงที่คาดว่าสงครามจะคลี่คลายและประเด็นบวกลดลง

- Advertisement -