บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Tidlor Holdings (TIDLOR.BK/TIDLOR TB)*
แรงกดดันด้านคชจ.สำรองฯ (credit cost) และคุณภาพสินทรัพย์ยังคงสูง
Event
อัพเดตแนวโน้ม, ประมาณการ 1Q69
lmpact
คาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q69F จะอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท (+18% QoQ -4% YoY)
เราคาดว่า TIDLOR จะขยายสินเชื่ออย่างช้า ๆ เพียง 1% QoQ และ 5% YoY ใกล้เคียงกับ 4 ไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่ดำเนินการภายใต้ BAY ในช่วงต้นปี 2568 เราคาดว่าบริษัทจะตั้งคชจ.สำรองฯ (credit cost) ไว้สูงเพื่อสะท้อนถึงลูกหนี้ที่เปราะบาง และ เสริมสำรองหนี้สูญพิเศษเพื่อรองรับความเสี่ยง NPL ในไตรมาสหน้า ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าส่วนต่างดอกเบี้ย จะเพิ่มขึ้น 10bpsQoQ เพราะเงินทุนส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นเงินกู้จาก BAY ทั้งนี้ ประมาณการกำไร 1Q69F คิดเป็นประมาณ 24% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
การมีพันธมิตร Hotai Finance เข้ามาไม่ได้ทำให้แนวโน้มเชิงลบเปลี่ยนไป
การลาออกของผู้บริหารสูงสุด และการขายหุ้นที่ถือทั้งหมดของผู้ถือหุ้นเดิมตั้งแต่ก่อน IPO กลับไปยัง อยู่กลับ BAY และการขายหุ้นล๊อตสุดท้ายของ 9 Basil ๖ซึ่งถือเป็นกลุ่มเดียวกับ SACA ในปีที่แล้ว) ประมาณ 3% ให้กับ Hotai Finance (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม HFC Financial ในไต้หวัน) ไม่ได้ทำให้ภาพลบของอุตสาหกรรมและของบริษัทที่เปลี่ยนไป
เศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอลงกดดันด้านคชจ.สำรองฯ (credit cost) และ คุณภาพสินทรัพย์
เราคาดว่าหลังจากที่ดำเนินการภายใต้ BAY แล้ว TIDLOR จะยังใช้นโยบายคงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ไว้ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายที่รัดกุมของธนาคารซึ่งมักจะเข้มงวดมากกว่านโยบายของบริษัท non-bank แบบเดี่ยว และแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในภาวะที่การบริโภคในประเทศถูกกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ สัดส่วน NPL ที่สูงขึ้นจากสินเชื่อจำนำทะเบียนตามรายงานของ BAY ใน 1Q69 น่าจะสะท้อนถึงคุณภาพหนี้ของ TIDLOR เข้ามาในงบรวมของ BAY ดังนั้น เราจึงใช้สมมติฐานว่าบริษัทยังคง credit cost ไว้ในระดับสูงที่ 3.2% ใน 1Q69 (จาก 3.4% ใน 4Q68 และ 2.8% ในปี 2568)
ปรับลดคำแนะนำเป็นขาย โดยยังคงราคาเป้าหมายปี 2569F ไว้ที่ 14.6 บาท
เราเชื่อว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อ่อนแอลง โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกขนส่ง และ ผู้ค้ารายย่อยซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ TIDLOR โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถบรรทุก ซึ่งคาดว่าจะถูกกระทบอย่างหนักจากต้นทุนน้ำมัน เรายังคงสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในปี 2569F/2570F ไว้ที่ 5%/7% และ credit cost ที่ 3.3%/3.3% in 2026F/2027F (จาก 2.8% ในปี 2568) ทั้งนี้ จากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และ เหลือ upside ถึงราคาเป้าหมายจำกัด เราจึงปรับลดคำแนะนำ TIDLOR เป็นขาย
Risks
ราคารถมือสองลดลงไปอีก, NPLs เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อจำนำทะเบียน, credit cost เพิ่มขึ้น







