บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
THAI AIRWAYS (THAI TB)
1Q earnings mixed; near-term headwinds
-
คาดกำไรปกติ 1Q26 เติบโต 22% q-q ตาม passenger yield เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่ลดลง แต่หดตัว 18% y-y จากภาษีจ่ายและค่าใช้จ่าย non-fuel ที่เพิ่มขึ้น
-
อุปสงค์ชะลอตัวและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกดดันผลประกอบการ 2Q26
-
ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จากความผันผวนของกำไรและ valuation ที่ตึงตัว ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง
คาดผลประกอบการ 1Q26 เติบโต q-q แต่ลดลง y-y
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 9.24 พัน ลบ. (+103% q-q, -6% y-y) หากไม่รวมกำไรพิเศษ 900 ลบ. โดยหลักได้แก่ ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 1.0 พัน ลบ. และกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน 1.4 พัน ลบ. THAI จะมีกำไรปกติ 8.34 พัน ลบ. (+22% q-q, -18% y-y) การเติบโต q-q มาจากค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% และรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (passenger yield) สูงขึ้น 5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินลดลงจากฐานสูงใน 4Q25 อย่างไรก็ตาม กำไรอ่อนตัว y-y จากอัตราภาษีจ่าย 13% และต้นทุนที่ไม่ใช่เชื้อเพลิง (non-fuel) เพิ่มขึ้น แม้คาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง 10% จากการใช้น้ำมันที่ลดลง 3% และเงินบาทแข็งค่า ส่วนรายได้รวมและ passenger yield ค่อนข้างทรงตัว y-y
แนวโน้ม 2Q26 อ่อนแอจากอุปสงค์ที่ชะลอและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q26 จะมีความผันผวนสูงและมีความไม่แน่นอน โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่อ่อนตัว THAI ได้ปรับลด ASK ในเดือน พ.ค. 2026 ลง 5% y-y สอดคล้องกับยอดจองบัตรโดยสารล่วงหน้าที่ชะลอลง และยังพิจารณาปรับ capacity แบบเดือนต่อเดือน ซึ่งมีโอกาสลดปริมาณเที่ยวบินเพิ่มเติมในช่วง มิ.ย.-ก.ค. แม้บริษัทได้ปรับขึ้นค่าโดยสาร 15-20% ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. และเริ่มเก็บ fuel surcharge เพิ่มตั้งแต่ 1 พ.ค. เพื่อชดเชยต้นทุนดำเนินงานและเชื้อเพลิง แต่เรามองมาตรการดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะชดเชย load factor ที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายระดับ 80% ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรลดลง
ปรับลดประมาณการ คาดกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2027
เราปรับลดประมาณการกำไรปกติลง 31% สำหรับปี 2026 และ 15% และ 6% ในปี 2027-2028 ตามลำดับ สะท้อนสมมติฐานใหม่ของปีนี้ ได้แก่ ราคาเฉลี่ยน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นเป็น 136 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ ASK ทรงตัวและ load factor อยู่ที่ 79% ส่งผลให้การเติบโตของรายได้ผู้โดยสารถูกจำกัด โดยคาดว่ากำไรปกติจะลดลง 41% y-y ในปี 2026 ก่อนฟื้นตัว 37% และ 12% ในปี 2027-2028 จากอุปสงค์ที่ดีขึ้น การเพิ่ม capacity และต้นทุนน้ำมันที่ผ่อนคลาย
ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมายใหม่ 6.10 บาท
เราปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 6.10 บาท (จาก 8.80 บาท) อิง P/E เป้าหมายปี 2026 ที่ 10x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อขายปัจจุบันของกลุ่มสายการบินฟูลเซอร์วิสที่ 13x เพื่อสะท้อนความไม่แน่นอนของผลประกอบการและความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท เราปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” แม้แนวโน้มการดำเนินงานระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง แต่ความน่าสนใจในระยะสั้นถูกจำกัดด้วยแนวโน้มผลประกอบการผันผวนใน 2Q-3Q26 และราคาหุ้นที่ตึงตัวในเชิงการประเมินมูลค่า อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันปรับลดลงและความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลาย จะเป็นปัจจัยบวกต่อมุมมองการลงทุนในหุ้น








