บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

THAI UNION GROUP (TU TB)

2Q26 ยังดีต่อ ส่วน 2H26 จะท้าทายขึ้น

  • กำไรสุทธิ 1Q26 ตามคาด และแนวโน้ม 2Q26 จะฟื้นตัว q-q ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น

  • ผู้บริหารยังมั่นใจต่อการปรับราคาและกลยุทธ์ ได้ทันกับต้นทุนที่เริ่มปรับขึ้น

  • คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายที่ 14.2 บาท

กำไรสุทธิ 1Q26 ใกล้เคียงคาด แต่กำไรปกติต่ำกว่าคาด

กำไรสุทธิ 1Q26 เท่ากับ 1.11 พันลบ. (+9.9% q-q, 9.2% y-y) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษี (จากการปรับโครงสร้างบริษัทในกาน่า) 423 ลบ. และ FX loss 135 ลบ. จะมีกำไรปกติ 825 ลบ. (-10.5% q-q, -17.7% y-y) รายได้รวม -8.5% q-q, +7.6% y-y โต y-y ได้ทุก segment นำโดย Pet Food +22.6% y-y, Frozen +11.6% y-y ส่วน Ambient +2.5% y-y อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.2% ลดลงจาก 18.3% ใน 4Q25 และ 18.8% ใน 1Q25 สาเหตุที่ลดลง y-y เพราะถูกกระทบจาก US tariff และค่าเงินบาทแข็งค่าราว 6.9% y-y SG&A to sales อยู่ที่ 14.5% ปรับขึ้นจาก 13.9% ใน 4Q25 เพราะรายได้ลดลง แต่ลดลงจาก 15.8% ใน 1Q25 โดยมี transformation cost ราว 121 ลบ. (-22.4% q-q, -59.4% y-y) ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมทำได้ดี +69.7% q-q, +4.4% y-y มาจาก Avanti Feed และ RBF ที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวดี

ระยะสั้น 2Q26 ยังดูฟื้นตัวได้ดี

ผู้บริหารให้วิวรายได้ 2Q26 จะโต y-y ในอัตราที่ต่ำกว่าระดับ 7.6% y-y ที่ทำได้ใน 1Q26 นั่นหมายถึงจะโต q-q ได้ตามฤดูกาล และคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับขึ้น q-q ได้ จากการฟื้นตัวของ Ambient และ Frozen เป็นหลัก ภาพรวมต้นทุนบรรจุภัณฑ์จะเริ่มทยอยปรับขึ้นใน 2Q26 ซึ่งความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่บริษัทเผชิญมาตลอด และในปีนี้ถือเป็น crisis ที่เกิดจากสงครามและกระทบทุกคน ผู้บริหารจึงมั่นใจว่าจะสามารถปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้อยู่ระหว่างขอคืนเงินภาษี (US tariff) อาจใช้เวลาราว 60-90 วัน สำหรับ Ambient, Pet Food และ Value Added products แต่สำหรับ Frozen อาจใช้เวลานานกว่า (6 เดือน ถึง 3 ปี) เพราะอยู่ในกลุ่มที่เสียภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด

ราคาทูน่าผ่านพีคแล้วใน มี.ค. ยังตั้งเป้ารักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้

ราคาปลาทูน่าล่าสุดเดือน เม.ย. อยู่ที่ USD1,875/ตัน (-6.3% q-q, +21.0% y-y) อ่อนตัวลงจากที่ทำไฮระดับ USD2,000 ในเดือน มี.ค. ซึ่งผู้บริหารระบุว่า สถานการณ์เริ่มนิ่งขึ้นและให้กรอบราคาปลาในช่วงที่เหลือของปีนี้ที่ USD1,800-1850/ตัน ปัจจุบันบริษัทโฟกัสกับการปรับราคาสินค้า และปรับ product portfolio ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ควบคู่กับการจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้ได้ตามเป้าหมายที่ 19-20% (1Q26 ทำได้ 18.2%) และยังคงเป้ารายได้ปี 2026 โต 3-4% y-y รวมถึง SG&A to sales ที่ 13.5-14.5%

คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2026 ไว้ที่ 4.78 พันลบ. (+3.7% y-y) โดยกำไร 1Q26 คิดเป็น 23.3% ของกำไรทั้งปี และคงเป้า 14.2 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ 10x 2026E PE และคาด Dividend yield ราว 6% คงคำแนะนำ ซื้อ บริษัทยังคงแผนลงทุนในปีนี้ที่ 5.5-6.0 พันลบ. โดยมีแผนลงทุนธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเอกวาดอร์ (ผ่าน TFM), พัฒนาสายการผลิตอัตโนมัติสำหรับ ITC และมีแผนขยายกำลังการผลิตธุรกิจ Packaging

- Advertisement -