บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
PTT Pcl. (PTT.BK/PTT TB)*
GSP ได้สองเด้ง: ทั้งต้นทุนลดลงและราคาขายเพิ่มขึ้น
Event
ประมาณการ 1Q69F และปรับเพิ่มประมาณการกำไรเต็มปี
Impact
คาดว่ากำไรใน 1Q69F จะเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 2% QoQ
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTT ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 2.61 หมื่นล้านบาท (+12% YoY, +2% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จะมาจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทลูกกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่อยู่ในตลาด – PTT Global Chemical (PTTGC.BK/PTTGC TB)*, Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)* และ IRPC Pcl. (IRPC.BK/IRPC TB)* – เนื่องจากมีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นและค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น แม้ว่าฐานกำไรจะสูงใน 4Q68 เพราะมีกำไรพิเศษ 7.5 พันล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นบางส่วนไม่เกิน 2% ใน Lotus Pharmaceutical (Lotus) ที่ไต้หวัน ซึ่งบ่งบอกว่ากำไรใน 1Q69F จะยังเพิ่มขึ้น QoQ แม้จะไม่มีกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็ตาม ซึ่งหากไม่รวมกำไรจากการขายหุ้นดังกล่าว เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q69F จะโตถึง 44% QoQ นอกจากนี้ เรายังคาดว่าผลประกอบการในงบเดี่ยวของ PTT จะฟื้นตัวขึ้น QoQ จากกำไรที่เพิ่มขึ้นของหน่วยธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) เนื่องจากประเทศไทยเปลี่ยนโครงสร้างการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากการใช้ Single Pool Gas Price model มาเป็น Utility model ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุน feedstock ของก๊าซอีเทนที่ขายให้กับกลุ่มปิโตรเคมีลดลง นอกจากนี้ เรายังคาดว่าปริมาณยอดขายก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 4,019 mmscfd เนื่องจากอุปสงค์ IPP แข็งแกร่งขึ้นหลังจากปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ 9-10 ในขณะที่คาดว่าปริมาณยอดขายของ GSP จะเพิ่มขึ้น 14% QoQ เป็น 1.909 ล้านตัน เพราะไม่มีการปิด GSP #5 ตามแผนนานเจ็ดวันเหมือนกับใน 4Q68
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ขึ้นอีก 1%/3%
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ PTT ปีนี้ขึ้นอีก 1% เป็น 1.154 แสนล้านบาท (จาก 1.142 แสนล้านบาท) และปี 2570F ขึ้นอีก 3% เป็น 1.218 แสนล้านบาท (จาก 1.182 แสนล้านบาท) จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทลูกในตลาดห้าแห่ง – PTT Exploration and Production (PTTEP.BK/PTTEP TB)*, PTTGC, TOP, IRPC และ PTT Oil and Retail Business (OR.BK/OR TB)* ในช่วงเดือนเมษายน เพื่อสะท้อนถึงการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้จาก US$75/bbl เป็น US$85/bbl และปีหน้าจาก US$70/bbl เป็น US$75/bbl รวมถึงปรับค่าการกลั่นที่สูงขึ้นและ spread ปิโตรเคมีที่สูงขึ้นในปีนี้จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังใส่ผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 1.20 หมื่นล้านบาทเข้ามาในประมาณการกำไรปี 2569F (จากเดิมศูนย์) เพื่อสะท้อนถึงประมาณการใน 1Q69F
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ PTT โดยคงราคาเป้าหมาย SoTP ปี 2569F ไว้ที่ 41.00 บาท (ดูบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของ KGI ฉบับวันที่ 16 มีนาคม) เพราะราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นของ PTTEP, PTTGC และ IRPC หักล้างไปเกือบหมดกับราคาเป้าหมายที่ลดลงของ OR หลังจากที่เราปรับราคาเป้าหมายของบริษัทในเครือในเดือนเมษายน เราคาดว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจาก i) กำไรรวมบริษัทในเครือของ PTT ที่คาดว่าจะสูงขึ้นใน 1Q69F และ ii) กำไรจากธุรกิจหลักของ PTT งบเดี่ยวที่คาดว่าจะแข็งแกร่งขึ้นใน 2Q69F เพราะราคาขายก๊าซอีเทนสูงขึ้น ซึ่งอ้างอิงราคา polyethylene (PE) ทั้งนี้ราคา PE ที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม คาดว่าจะเริ่มสะท้อนเข้ามาตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป จากลักษณะการกำหนดราคาที่มีระยะเวลาหน่วงประมาณหนึ่งเดือน ดังนั้นเราจึงยังคงเลือก PTT เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี







