บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)*
คาดว่าผลประกอบการจะพลิกฟื้น
Events
ประมาณการ 1Q69F, อัพเดตข้อมูลบริษัท และ อุตสาหกรรม, ปรับราคาเป้าหมาย
Impact
ประมาณการ 1Q69F: กำไรจากธุรกิจหลักจะลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ KCE ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 176 ล้านบาท (-2% YoY, +27% QoQ) จากการฟื้นตัวของทั้งยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้น โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็นที่ 103 ล้านดอลลาร์ฯ (+5% YoY, +9.4% QoQ) เนื่องจาก i) ติดตั้งสายการผลิตใหม่เสร็จเรียบร้อยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และ ii) ผลของฐานที่ต่ำใน 4Q68 จากการปิดโรงงานในช่วงวันหยุดยาว เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 17.5% (+10bps YoY, -100bps QoQ) โดยมีปัจจัยฉุดรั้งดังต่อไปนี้ i) ราคาทองแดงแพงขึ้น (เฉลี่ยอยู่ที่ US$11,000/ton ใน 1Q69 จาก US$9,800/ton ใน 3Q68) ii) เงินบาทแข็งค่าขึ้น (อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอยู่ที่ 31.6 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 1Q69 จาก 32.0 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 4Q68) และ iii) ราคาขายสินค้าลดลงประมาณ 2% ในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม การประหยัดต่อขนาดที่เพิ่มขึ้น และ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากสายการผลิตใหม่น่าจะช่วยชดเชยแรงกดดันข้างต้นไปได้บางส่วน เราคาดว่าบริษัทน่าจะยังคุมสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายได้ที่ 12.6% (จาก 12.3% ใน 1Q68 และ 14.0% ใน 4Q68)
อุตสาหกรรมยานยนต์ทรงตัว
ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดว่ายอดขายรถใหม่ทั่วโลกจะทรงตัวอยู่ที่ 91.8 ล้านคันในปี 2569 (จาก 91.7 ล้านคันในปี 2568) เพราะแรงสนับสนุนจากปัจจัยเศรษฐกิจลดลง ทั้งจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีการค้า, ขาดแคลนวัตถุดิบ, สายโซ่อุปทานสะดุด และ อัตราการเปลี่ยนมาใช้ EV ที่ไม่สม่ำเสมอ ยุโรปตอนกลาง และ ตะวันตกคาดจะยังโตได้เล็กน้อย ~2% YoY สอดคล้องกับยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) ใหม่ใน EU ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% YoY ในงวด 3M69 โดยในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นในอัตราที่แข็งแกร่งขึ้นที่ 13% YoY
ผลประกอบการพลิกฟื้น
เราคาดว่าผลประกอบการของ KCE จะดีขึ้นในปี 2569 เนื่องจาก i) ยอดขายเพิ่มขึ้นจากสายการผลิตใหม่ และ สัญญาณการเริ่มฟื้นตัวของอุปสงค์ในยุโรป (คิดเป็น ~50% ของรายได้รวม) และ ii) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด, การต่อรองราคากับลูกค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แพงขึ้น และ การดำเนินมาตรการประหยัดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าประมาณการกำไรปี 2569F ของเราสะท้อนปัจจัยเหล่านี้ไปมากแล้ว โดยเราใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายที่ 5% (สอดคล้องกับเป้าของผู้บริหาร) และ ใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 20% (+1.1ppts YoY) ในขณะที่บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ ~18% ใน 1H69F และ ~20% ใน 2H69F ทั้งนี้ เนื่องจากเราประมาณการกำไรใน 1Q69F คิดเป็น 18% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา ดังนั้น เราจึงมองว่ากำไรปีนี้ไม่น่าจะมี upside มากนัก ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่มีแนวโน้มจะพลิกฟื้นในปีนี้ ซึ่งคาดว่ากำไรจะโต YoY จาก 2Q69 เป็นต้นไป เราจึง re-rate PER ของ KCE จาก 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.5 S.D.) เป็น 30.0x (เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต) อย่างไรก็ตาม เรามองว่าหุ้น KCE ไม่สมควรจะมี premium เพราะพอร์ตสินค้าของบริษัทอาจจะไม่สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมโลกไปทั้งหมด และ สัดส่วนยอดขายที่สูงของกลุ่มยานยนต์ (~70-75% ของรายได้รวม) อาจจะไม่ได้ทำให้บริษัทได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมากอีกต่อไป เพราะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถสัญชาติจีน และ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ
Valuation & action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F จากเดิม 15.30 บาท เป็น 24.00 บาท อิงจาก PER ที่ 30.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีต) ทั้งนี้ ราคาหุ้นเหมือนจะสะท้อนแนวโน้มกำไรไปแล้ว ถึงแม้จะ re-rate PER ราคาหุ้นในปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายของเรา 27% ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น







