บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Electronics Sector AI ยังไม่มีแววแผ่ว แต่ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มบวกข้างหน้าไปแล้ว
Event
อัพเดตแนวโน้มอุตสาหกรรม
Impact
ยอดขาย semiconductor ทั้งโลกยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
จากข้อมูลของ Semiconductor Industry Association (SIA) ยอดขาย semiconductor โลกยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนมีนาคม 2569 ที่ 9.95 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ (+79% YoY, +12% MoM) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 37 ในวัฏจักรขาขึ้นรอบนี้ (จากเดือนมีนาคม 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2569) คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 150% (ยาวนานกว่า และ เป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต) ทั้งนี้ World Semiconductor Trade Statistics (WSTS) คาดว่ายอดขาย semiconductor โลกจะยังโตต่อเนื่อง 26% YoY ในปี 2569F เป็น 9.75 แสนล้านดอลลาร์ฯ จากอุปสงค์ของโครงสร้างพื้นฐาน data center และ การเกิดขึ้นของแอพ AI edge ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของทีมวิจัย KGI Taiwan ซึ่งคาดว่า AI super cycle ของ Taiex เพิ่งเริ่มต้น โดยคาดว่ากำไรของกลุ่มย่อย AI จะโตถึง 52%
ยังไม่เห็นสัญญาณว่า AI จะแผ่วลง โดย server น่าจะยังโดดเด่น
ในบรรดากลุ่มย่อย เราคาดว่า server จะโดดเด่นกว่า PC และ smartphone ซึ่งจากการที่ CSPs ของสหรัฐปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 จากเดิม 64% เป็น 69% และ คาดว่าจะโตอีก 10% ในปี ปี 2570 ทีมวิจัย KGI Taiwan จึงยังคงมองบวกกับแนวโน้มยอดจัดส่ง server โลก และ ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของยอดจัดส่ง server โลกในปี 2569F เป็น 24% YoY (จากเดิม 15% YoY) เป็น 15 ล้านชิ้น และ คาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 8% YoY เป็น 16.3 ล้านชิ้นในปี 2570F ในขณะเดียวกัน KGI Taiwan ยังปรับลดอัตราการเติบโตของยอดจัดส่ง PC และ smartphone ทั้งโลกลงจาก -2% เป็น -11% ในปี 2569F เพื่อสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอเพราะมีการส่งผ่านต้นทุนที่แพงขึ้น
DELTA จะได้อานิสงส์มากที่สุด
ในบรรดาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่เราศึกษาอยู่ (Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB)*, Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB)* และ KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)* เราคาดว่า DELTA จะได้อานิสงส์มากที่สุดจากกระแส AI โลก เพราะ DELTA มีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงที่สุดที่ ~40% ของยอดขายรวม เมื่อเทียบกับ HANA ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ~5% และ KCE ซึ่งไม่มีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI เลย โดยเราได้ให้ premium กับหุ้น DELTA ที่ +1.0 SD จากค่าเฉลี่ยในอดีต (83.0X), HANA ที่ +0.5 S.D. จากค่าเฉลี่ยในอดีต (27.0X) และ ประเมินมูลค่าหุ้น KCE โดยอิงจากค่าเฉลี่ยในอดีต (30.0X) เรามองว่าหุ้น DELTA สมควรจะมี premium มากที่สุด เพื่อสะท้อนถึงสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI และ อัตรากำไรของบริษัท (สูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม) ในขณะที่คาดว่า HANA จะมีสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำกว่า และ KCE ไม่มี
Valuation & action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้ที่ “น้อยกว่าตลาด” และ แนะนำ “ขาย” หุ้นทุกตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราศึกษาอยู่ โดยเราประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ของ DELTA ที่ 245.0 บาท, ของ HANA ที่ 28.00 บาท และ ของ KCE ที่ 24.00 บาท เรายังคงมองว่าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มบวก แต่ราคาหุ้นน่าจะสะท้อนไปแล้ว และ ราคาหุ้นในปัจจุบันมี premium แล้ว
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, การจัดส่งล่าช้า, ขาดแคลนวัตถุดิบ และ เงินบาทแข็งค่าขึ้น







