บล.เอเซีย พลัส:
TMAN ปีแห่งความท้าทาย (BUY)
Flash Points
-
คาดกำไรปกติ 1Q69 ที่ 111 ล้านบาท ลดลง 17.0% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และ ลดลง 8.6% YoY จากฐานกำไรที่สูงกว่าปกติในปีก่อน โดยการเปลี่ยนแปลงสัดส่วน Product Mix หลังเริ่มรับรายได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า “Bertram” ตั้งแต่ 3Q68 ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่าธุรกิจหลัก แม้บริษัทพยายามชดเชยด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, ปรับระบบคำสั่งซื้อ และซัพพลายเชน, ขยายช่องทาง E-Commerce และออกสินค้าใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 44.1% จาก 48.2% ใน 1Q68
-
คาดยอดขายอยู่ที่ 663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY หลักจากการรับรายได้จำหน่ายสินค้า “Bertram”, การเติบโตของรายได้ OEM จากลูกค้ารายใหญ่ และการขยายฐานลูกค้า รพ. โดยเฉพาะ รพ.รัฐที่มีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง และรพ.เอกชนที่หันมาใช้ยากลุ่ม Generic มากขึ้น เพื่อลดต้นทุน ขณะที่รายได้จากร้านยาจะชะลอตัวจากฐานสูงในปีก่อน และรายได้กัมพูชาลดลงจากความตึงเครียดชายแดน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยอัตรา SG&A/Sales อยู่ที่ 23.3% ทรงตัวเมื่อเทียบปีก่อน
-
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันต้นทุนวัตถุดิบ, บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง บริษัทจึงเร่งบริหารต้นทุนภายใน ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ, การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และการนำ AI & ระบบอัตโนมัติ เข้ามาช่วยบางส่วน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านต้นทุนในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคาดจะเริ่มเห็นผลกระทบตั้งแต่ 3Q69 เป็นต้นไป ปัจจุบันยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขาย จะพิจารณาปัจจัยการแข่งขันและราคากลางภาครัฐควบคู่กัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสมดุลทางธุรกิจในระยะยาว ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
Impact Insight
-
แนวโน้มกำไรปกติ 2Q69 คาดชะลอตัว QoQ จากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะเดือน เม.ย. ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและคำสั่งซื้อสินค้าบางกลุ่มลดลง เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 522 ล้านบาท เติบโต 10.7% YoY ภายใต้สมมติฐานยอดขายรวมที่ 2,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% YoY ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายยอดขายที่ผู้บริหารที่ยังคงคาดเติบโต 10-15% YoY
Execution
-
คงราคาเหมาะสมปี 69 อิง DCF อยู่ที่ 14.50 บาท โดยมี Upside สูง 16% จากราคาหุ้นปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”







