บล.พาย:
TIDLOR: TIDLOR Holding PCL.
ผลการดำเนินงานใน 1Q26 แข็งแกร่ง
แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 24 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 15%, Terminal growth 2%) อิงจาก 1.8x PBV’26E และ 12.2x PE’26E ผลการดำเนินงานใน 1Q26 แข็งแกร่งที่ 1.6 พันล้านบาท (+35% YoY, +56% QoQ) และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น NPL ratio ลดลงเหลือ 1.47% ทั้งนี้ แม้กำไรสุทธิใน 1Q26 คิดเป็น 28% ของกำไรทั้งปี 2026 ของเรา ซึ่งมีโอกาสที่ TIDLOR จะมีอัตราการเติบโตของกำไรดีกว่าประมาณการของเราที่คาดว่าจะเติบโต 16% YoY แต่เราคงประมาณการเท่าเดิมเพื่อรอประเมินผลกระทบต่อกำลังซื้อ และคุณภาพสินเชื่อจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
กำไรสุทธิใน 1Q26 เติบโต 35% YoY และ 56% QoQ
-
กำไรสุทธิออกมาที่ 1.6 พันลบ. (+35% YoY, +56% QoQ) สูงกว่า Bloomberg consensus 18% กำไรเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจาก (1) สำรองหนี้ฯ ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-39% YoY, -52% QoQ) (2) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น YoY แต่ทรงตัว QoQ (3) รายได้ค่าธรรมเนียม เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และ (4) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง
-
สินเชื่อรวมขยายตัว 0.3% QoQ (+5% YoY) ขยายตัวจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันล้อกับจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น และจากช่องทางดิจิทัล
-
คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง หนี้เสียลดลงทำให้ NPL ratio ลดลงที่ 1.47% และ Coverage ratio ทรงตัวระดับสูงที่ 340.5% ส่วน Stage 2 ratio ลดลงที่ 16.3% คุณภาพสินเชื่อที่แข็งแกร่ง เพราะคุณภาพสินทรัพย์ที่ปล่อยใหม่อยู่ในระดับที่ดี การติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ภายใต้โครงการภาครัฐ ส่งผลให้ Credit Cost ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 171 bps (-125 bps YoY, -191 bps QoQ)
-
NIM เพิ่มขึ้น YoY ที่ 15.9% (+51 bps YoY, -27 bps QoQ) จากทั้งอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง
-
จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 1,892 สาขา (+19 สาขา QoQ) สินเชื่อต่อสาขาลดลงเล็กน้อยที่ 58.1 ล้านบาท จาก 58.5 ล้านบาท ใน 4Q25
เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
-
กำไรสุทธิใน 1Q26 คิดเป็น 28% ของกำไรในปี 2026 ของเราที่ 5.7 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เราคงประมาณการกำไรสุทธิเท่าเดิม เนื่องจากมองว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลเชิงลบต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย และกำลังซื้อชะลอตัว และคุณภาพสินเชื่ออาจอ่อนแอลง ดังนั้น เราคงสมมติฐาน Credit cost ที่ 265 bps อยู่ในกรอบเป้าหมายของบริษัทที่ 250-280 bps
-
คาดการกำไรสุทธิเติบโต 15%/11% ในปี 2026-27 หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับสินเชื่อ และ 2) รายได้จากเบี้ยประกันวินาศภัยขยายตัว
-
หาก TIDLOR ดูแลคุณภาพสินเชื่อได้ดี ประเมินทุก 10 bps ของ Credit cost ที่ต่ำกว่าสมมติฐานของเราที่ 265 bps ส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิในปี 2026 เพิ่มราว 2%







