บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SISB (SISB.BK/SISB TB)*
ประมาณการ 1Q69F: คาดกำไรชะลอตัว
Event
ประมาณการ 1Q69F
lmpact
คาดกำไรปกติ 1Q69F จะยังไม่น่าตื่นเต้น
เราคาดว่า SISB จะรายงานผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลง โดยประเมินกำไรสุทธิ (จะไม่มีรายการพิเศษเกิดขึ้น) 1Q69F ที่ 215 ล้านบาท (-9.4% YoY และ -3.3% QoQ) คิดเป็น 22.9% ของประมาณการทั้งปีนี้ของเรา ทั้งนี้ เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ SISB จะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ ในงวด 1Q69F เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและจำนวนนักเรียนส่วนเพิ่มที่ไม่เติบโต สำหรับประเด็นสำคัญ ๆ ของ 1Q69F มีดังนี้
i) จำนวนนักเรียน 1Q69F คาดว่าจะทรงตัว โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักเรียนอยู่ราว 4,599 คน (-0.2% YoY แต่ +0.1% QoQ) จากจำนวนนักเรียนที่สาขาประชาอุทิศและระยองลดลงช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอ ดังนั้น คาดว่ารายได้รวม 1Q69F จะยังไม่น่าตื่นเต้นที่ 644 ล้านบาท (+3.1% YoY แต่ -1.1% QoQ) อิงจากค่าเล่าเรียนเฉลี่ยที่ 140,000 บาท/ไตรมาส/คน (+3.3% YoY แต่ -1.2% QoQ) ซึ่งสะท้อนผลบวกจากการปรับขึ้นค่าเล่าเรียนของปีการศึกษาใหม่ในสิงหาคม 2568 ส่งผลให้รายได้ 1Q69F สูงขึ้น YoY แต่ที่รายได้แผ่วลง QoQ จะเป็นผลจากกิจกรรมหลังเลิกเรียนที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
ii) การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย แม้ SISB เผชิญสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจจากจำนวนนักเรียนที่ต่ำกว่าคาด แต่บริษัทก็ยังคงจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคงกำไร ขณะที่ตามประมาณการ 1Q69F ของเรา คาดอัตรากำไรขั้นต้นของ SISB จะลดลงอยู่ที่ 50.0% จาก 54.8% ใน 1Q68 และ 50.8% ใน 4Q68
iii) กำไรพิเศษที่อาจเกิดขึ้นจากการขายหุ้น THAI ขณะนี้เรายังไม่ได้รวมกำไรพิเศษที่อาจเกิดขึ้นกับ SISB (ราว 3-5 ล้านบาท) จากการขายหุ้น THAI ออกไปบางส่วน (บริษัทเคยถือหุ้นที่ 6 ล้านหุ้น)
ราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนแนวโน้มเชิงลบไปแล้ว
ด้วยเหตุที่แนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอและการแข่งขันในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติรุนแรงขึ้น ดังนั้น เรายังคงมุมมองว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าเล่าเรียนตั้งแต่ปี 2569F เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าประมาณการกำไรของเราจะมี downside จำกัด ดังนั้น เราจึงคงประมาณการกำไรปี 2569F และ 2570F ไว้ที่ 941 ล้านบาท (-2.2% YoY) และ 980 ล้านบาท (+4.1% YoY) ตามลำดับ ส่วนในระยะสั้น เราคาดกำไร 2Q69F เบื้องต้นว่าจะทรงตัว YoY และ QoQ
Valuation & action
สำหรับระยะยาว เรายังคงมุมมองเดิมว่าจำนวนนักเรียนจะไม่เติบโตตั้งแต่ปี 2575F เป็นต้นไป เพราะนักเรียนใหม่จะถูกทดแทนด้วยจำนวนนักเรียนที่จบการศึกษาออกไป ดังนั้น เราคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ของ SISB ที่ 11.00 บาท (WACC ที่ 11% และ TG ที่ 0% ตั้งแต่ปี 2575F) และคงคำแนะนำ “ถือ”
Risks
โรคระบาด เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาดและเกิดความขัดแย้งทางการเมือง







