บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
STECON GROUP (STECON TB)
1Q26 construction operations to soften
-
คาดกำไรปกติ 1Q26 ลดลง 44% ทั้ง q-q และ y-y จากแรงกดดันของรายได้ก่อสร้างที่ลดลงและค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น
-
โมเมนตัมกำไรคาดจะปรับขึ้นทั้ง q-q และ y-y ใน 2Q26 หนุนจากเงินปันผลรับจาก GULF
-
Upside จำกัด แต่โครงการภาครัฐยังเป็นโอกาสสำหรับการเก็งกำไร
คาดกำไรปกติ 1Q26 ลดลงทั้ง q-q และ y-y
เราประเมินกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 450 ล้านบาท (-52% q-q, +32% y-y) โดยมีการกลับรายการ ECL ราว 260 ล้านบาท หลังได้รับชำระหนี้จากกลุ่ม UJV หากไม่รวมรายการดังกล่าว คาดกำไรปกติอยู่ที่ 190 ล้านบาท ลดลง 44% ทั้ง q-q และ y-y จากการชะลอตัวของธุรกิจก่อสร้างหลัก เราคาดรายได้ที่ 7.6 พันล้านบาท (-28% q-q, +17% y-y) คิดเป็น 20% ของเป้ารายได้ปี 2026 ของบริษัทที่ 3.5 หมื่นล้านบาท การลดลง q-q หลัก ๆ มาจากการเร่งส่งมอบหลายโครงการขนาดใหญ่ใน 4Q25 ได้แก่ หมอชิตคอมเพล็กซ์ โครงการศูนย์ราชการ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่ง ขณะที่โครงการใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าขยะ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
อัตรากำไรยังทรงตัว แม้ SG&A อยู่ในระดับสูง
อัตรากำไรขั้นต้นรวม 1Q26 คาดอยู่ที่ 7.3% สอดคล้องเป้าบริษัทที่ราว 7% (เทียบกับ 7.4% ใน 4Q25 และ 7.6% ใน 1Q25) อย่างไรก็ดี เราคาดสัดส่วน SG&A ต่อรายได้จะยังอยู่ในระดับสูงที่ 3.3% ใน 1Q26 (เทียบกับ 2.7% ใน 4Q25 และ 3.2% ใน 1Q25) หลักๆจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมและ JV คาดทรงตัว q-q ที่ 45 ล้านบาท จากการพัฒนาคอนโด JV ร่วมกับ NOBLE อยู่ในช่วงเริ่มต้น
การฟื้นตัวของกำไร 2Q26 จะได้แรงหนุนจากเงินปันผลรับ
หากผลประกอบการ 1Q26 ออกมาตามคาด จะคิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเรา เราคาดโมเมนตัมกำไรจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญทั้ง q-q และ y-y ใน 2Q26 จากเงินปันผลรับจาก GULF ราว 736 ล้านบาท กิจกรรมก่อสร้างคาดทยอยฟื้นตัว q-q ใน 2Q26 และเร่งตัวต่อ h-h ใน 2H26 ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ คาดว่ายังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ บริษัทได้ล็อกราคาเหล็กสำหรับงานก่อสร้างปีนี้ไว้แล้ว ขณะที่การจัดซื้อคอนกรีตมีการกระจายไปยังผู้จำหน่ายหลายราย
Upside จำกัด แต่ยังมี sentiment บวก
ราคาหุ้นปรับขึ้นแรง 20% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 123% YTD ส่งผลให้ไม่มี upside ต่อราคาเป้าหมายของเราที่ 13 บาท อย่างไรก็ดี เรายังคงคำแนะนำ ถือ โดยเน้น trading จาก sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงโครงการ Land Bridge และโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจาก BOI โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นประเภทโครงการที่บริษัทมีศักยภาพสูงในการรับงาน นักลงทุนยังติดตามผลประมูลสัญญา O&M ของมอเตอร์เวย์ M82 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดจะทราบผลใน 1–2 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทได้ร่วมกับ DMT ยื่นประมูลโครงการดังกล่าว








