บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

GPSC DEVELOPMENT (GPSC TB)

คาดกำไรปกติ 2Q26 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

  • คาดกำไรปกติ 2Q26 จะเติบโตโดดเด่นทั้ง q-q และ y-y จาก Margin ของกลุ่ม SPP ที่กว้างขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการไซยะบุรีที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล

  • ทิศทางกำไรในช่วง 2H26 ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท (SOTP)

กำไรปกติ 1Q26 เป็นไปตามคาด ฟื้นตัวจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง

GPSC รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 22% q-q และ 35% y-y หากไม่รวมรายการพิเศษและกำไร/ขาดทุนจาก FX มีกำไรปกติ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 18% q-q และ 42% y-y สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลงเร็วกว่าการปรับลดค่า Ft ทำให้ Margin ของการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนที่มาเร็วกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจาก FX ราว -120 ลบ. จากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมใน 1Q26 อยู่ที่ 450 ลบ. ลดลงเล็กน้อย q-q เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวมีปริมาณน้ำน้อยตามปัจจัยฤดูกาล แต่ถูกชดเชยด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นของ Avaada ในอินเดียที่เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Solar ใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดดำเนินการ

แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรเร่งตัวขึ้นจากไฮซีซั่นของโรงไฟฟ้าน้ำ

เราคาดว่ากำไรปกติใน 2Q26 จะขยายตัวต่อจาก 1Q26 โดยมีปัจจัยผลักดันจาก 1) ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการไซยะบุรี (XPCL) ที่คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรสูงเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน 2) ปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูง และ 3) ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ส่งผ่านช้ากว่า 6-9 เดือน แม้ว่าจะมีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า GHECO-One ในช่วงปลายไตรมาส แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมของกำไรในไตรมาสนี้

คงประมาณการกำไรปี 2026 เติบโต 28% y-y

เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ไว้ที่ 6.2 พันลบ. เติบโต 28% y-y โดยมองว่า GPSC จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากการขยายกำลังการผลิตในส่วนของ Renewable ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (อินเดียและไต้หวัน) ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมอีกกว่า 500 MW ภายในปีนี้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอ Net D/E ที่ระดับ 0.85 เท่า ถือว่าแข็งแกร่งและเอื้อต่อการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ

คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท

ราคาเป้าหมาย 60 บาท อิงวิธี SOTP สะท้อนถึงมูลค่าพื้นฐานของธุรกิจไฟฟ้าปัจจุบันและมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคต เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยัง Undervalue เมื่อเทียบกับโอกาสการเติบโตในระยะยาว และ GPSC ยังมีความโดดเด่นในฐานะหุ้นที่มีความปลอดภัย (Defensive) สูงท่ามกลางความผันผวนของตลาด

- Advertisement -