บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB)*
ผลประกอบการ 1Q69: ดีกว่าประมาณการ
Event
กำไรสุทธิของ CPALL ใน 1Q69 อยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท (+16% YoY, +22% QoQ) ดีกว่าประมาณการของเรา 8% และ ดีกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด 9% เนื่องจาก i) ผลประกอบการของ CP Axtra (CPAXT.BK/CPAXT TB บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ออกมาดีเกินคาด และ ii) รายได้อื่นดีกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ กำไรสุทธิใน 1Q69 คิดเป็น 30% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
SSSG อยู่ที่ 1.9%
รายได้รวมบริษัทย่อยของ CPALL ใน 1Q69 อยู่ที่ 2.593 แสนล้านบาท (+6% YoY, +2% QoQ) เป็นไปตามประมาณการของเรา โดยรายได้เพิ่มขึ้นจาก CPAXT และ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ทั้งนี้ ยอดขายจากธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท (+7% YoY, +4% QoQ) เพราะสินค้าขายดีในช่วงเลือกตั้ง และ เทศการตรุษจีน, มีการขยายช่วงเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เป็น 11.00น.-เที่ยงคืน จากเดิม 11.00น.-14.00น. และ 17.00น.-เที่ยงคืน มีผลระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569) และ iii) ฤดูร้อนปีนี้มาเร็ว ในขณะเดียวกัน SSSG ของร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 1.9% (จาก 3.0% ใน 1Q68 และ 2.0% ใน 4Q68) โดยมีการเปิดสาขาใหม่ 139 ร้านใน 1Q69 ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 16,084 ร้าน
Margin ของสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัตรากำไรขั้นต้นรวมบริษัทย่อยใน 1Q69 อยู่ที่ 22.7% (-10bps YoY, +20bps QoQ) ซึ่งส่วนหนึ่งถูกกดดันจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ CPAXT เพราะ sales mix, ผลขาดทุนจากสต็อก และ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตาม margin ของสินค้าในธุรกิจ CVS ยังคงแข็งแกร่งจากทั้งหมวดอาหาร (อาหารกล่อง และ เครื่องดื่ม) และ หมวดที่ไม่ใช่อาหาร (ของใช้ส่วนตัว และ ยา) ดังนั้น margin ของสินค้าจึงเพิ่มขึ้น 10-30bps YoY โดย 76.3% ของยอดขายเป็นสินค้าหมวดอาหาร และ 23.7% เป็นหมวดที่ไม่ใช่อาหาร ทั้งนี้ EBIT margin เพิ่มขึ้นเป็น 6.2% (จาก 5.8% ใน 1Q68 และ 5.4% ใน 4Q68) สะท้อนถึงรายได้อื่นที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ supplier
ปล่อยไว้เป็นส่วนรองรับความไม่แน่นอนที่รออยู่ข้างหน้า
ถึงแม้ว่าผลประกอบการของ CPALL จะออกมาดีเกินคาด แต่เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569F เอาไว้เท่าเดิมที่ 2.97 หมื่นล้านาท เนื่องจาก i) รายได้อื่นที่สูงเกินคาดอาจจะไม่ยั่งยืนเพราะขึ้นกับการต่อรองกับ supplier และ ความสำเร็จของการจัดแคมเปญทางการตลาด ii) อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบอย่างเต็มที่จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งในด้านอุปสงค์ (ภาวะของการจับจ่ายใช้สอยในประเทศอ่อนแอ และ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง) และ และ อุปทาน (ต้นทุนวัตถุดิบ และ พลังงานสูงขึ้น) อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของบริษัทในการวางจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่องน่าจะช่วยรองรับกำไรได้บางส่วน เพราะนอกจากจะช่วยดึงลูกค้าเข้าร้านแล้ว ยังอาจทำให้มีการปรับราคาขายได้ด้วย
Valuation and action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 59.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D)
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาร้านในช้ากว่าที่คาดไว้, disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ถูกยกเลิกเครื่องหมายการค้า 7-Eleven, ความเสี่ยงด้าน logistic







