บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
PTT Pcl. (PTT.BK/PTT TB)*
จะได้อานิสงส์จากราคาก๊าซอีเทนและมีเทนใน 2Q69F
Event
กำไรสุทธิของ PTT ใน 1Q69 อยู่ที่ 2.57 หมื่นล้านบาท (+10% YoY, +1% QoQ) ซึ่งเป็นไปตาม Bloomberg consensus และประมาณการของเรา โดยกำไรสุทธิใน 1Q69 คิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 1.154 แสนล้านบาท
Impact
กำไรสุทธิใน 1Q69 เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 1% QoQ
กำไรที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ มาจาก i) กำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่อยู่ในตลาด – PTT Global Chemical (PTTGC.BK/PTTGC TB)*, Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)* และ IRPC Pcl. (IRPC.BK/IRPC TB)* – เพราะได้แรงหนุนจากกำไรจากสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและค่าการกลั่นที่ดีขึ้น และ ii) กำไรที่เพิ่มขึ้นของหน่วยธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) จากที่ประเทศไทยเปลี่ยนโครงสร้างการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากการใช้ Single Pool Gas Price model มาเป็น Utility model ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
ปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ
i) กำไรในงบเดี่ยวของ PTT ฟื้นตัวขึ้น QoQ จากกำไรที่เพิ่มขึ้นของหน่วยธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) เพราะประเทศไทยเปลี่ยนโครงสร้างการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากการใช้ Single Pool Gas Price model มาเป็น Utility model ส่งผลให้ต้นทุน feedstock ของก๊าซอีเทนที่ขายให้กลุ่มปิโตรเคมีลดลง นอกจากนี้ ปริมาณยอดขายก๊าซธรรมชาติยังเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 4,019 mmscfd เนื่องจากอุปสงค์จาก IPP แข็งแกร่งขึ้นหลังจากปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ #9-10 ในขณะที่ปริมาณยอดขายของ GSP เพิ่มขึ้น 14% QoQ เป็น 1.909 ล้านตัน เพราะไม่มีการปิด GSP #5 ตามแผนนานเจ็ดวันเหมือนกับใน 4Q68
ii) ส่วนแบ่งกำไรจาก PTT Exploration and Production (PTTEP.BK/PTTEP TB)* ลดลง QoQ เพราะมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงก้อนใหญ่ 8.8 พันล้านบาทใน 1Q69
iii) กำไรรวมของบริษัทย่อยในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี – PTTGC, TOP, และ IRPC – พุ่งสูงขึ้น QoQ เพราะกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นและค่าการกลั่นดีขึ้น
iv) ส่วนแบ่งกำไรจาก PTT Oil and Retail Business (OR.BK/OR TB)* เพิ่มขึ้น QoQ เพราะค่าการตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1.09 บาท/ลิตร (+7% QoQ)
v) ส่วนแบ่งกำไรจาก Global Power Synergy (GPSC.BK/GPSC TB)* เพิ่มขึ้น QoQ เพราะปริมาณยอดขายไฟฟ้าและไอน้ำในธุรกิจ SPP เพิ่มขึ้น
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ PTT โดยคงราคาเป้าหมาย SoTP ปี 2569F ไว้ที่ 41.00 บาท เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ PTT งบเดี่ยวจะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 2Q69F เนื่องจาก i) ราคาขายก๊าซอีเทนสูงขึ้น ซึ่งอ้างอิงราคา polyethylene (PE) โดยราคา PE ที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม คาดว่าจะเริ่มสะท้อนเข้ามาตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป จากลักษณะการกำหนดราคาที่มีระยะเวลาหน่วงประมาณหนึ่งเดือน และ ii) ราคาขายก๊าซมีเทนให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมสูงขึ้น ซึ่งอ้างอิงกับราคาน้ำมันเตา โดยจะตามหลังประมาณหนึ่งถึงสามเดือน ดังนั้นเราจึงยังคงเลือก PTT เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน
Risk
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี








