บล.เอเซีย พลัส:
PTT กำไรปกติ 1Q69 โดดเด่น แต่กำไรสุทธิทรง QoQ จากขาดทุน Hedging สูง (Buy)
Flash Points
-
PTT รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 เท่ากับ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8%qoq ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโตถึง 238.2%qoq เนื่องจากถูกกดดันจากรายการพิเศษสุทธิแล้วในงวดนี้เป็นค่าใช้จ่ายรวมถึง 3.7 หมื่นล้านบาท จากกำไรพิเศษ 4.7 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า โดยในส่วนของรายการพิเศษถูกกดดันหลักจากบันทึกขาดทุนจาก Commodity Hedging รวม 7.0 หมื่นล้านบาท จากงวดก่อนเป็นกำไรฯ 2.7 พันล้านบาท ถึงแม้จะมีกำไรจากสต็อกฯ 4.6 หมื่นล้านบาท จากขาดทุนสต็อกฯ 8.2 พันล้านบาท แต่ก็ชดเชยได้ไม่หมด ประกอบในงวดนี้บันทึกกำไร Fx&Derivatives ลดลงเหลือเพียง 19 ล้านบาท จาก 4.1 พันล้านบาท และต้องด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท จาก 3.3 พันล้านบาท ในงวดก่อนหน้า ซึ่งหลักๆ มาจากบริษัทลูกของ PTTGC ที่มีการตั้งด้อยค่า
-
หากมาพิจารณาเฉพาะในส่วนของกำไรปกติ 1Q68 พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 201.1%qoq มาอยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท นั้น เป็นผลหลักมาจากเกือบทุกธุรกิจของ PTT ทั้งบริษัทลูก E&P ของ PTTEP ที่กำไรปกติเพิ่มขึ้น 52.9%qoq มาอยู่ที่ 2.0 หมื่นล้านบาท รับผลบวกมาจากราคาขาย และปริมาณขายปิโตรเลียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และต้นทุนที่ลดลง รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นที่ GRM ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ จากภาวะสงคราม เช่นเดียวกับธุรกิจหลักก๊าซฯ ของ PTT เอง ในงวดนี้มี EBITDA เพิ่มขึ้น 14.1%qoq มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท รับผลบวกหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ที่ราคาและปริมาณขายเพิ่มขึ้น และต้นทุน feed cost ที่ลดลง เพราะปรับไปใช้การคำนวณต้นทุนแบบเดิมตั้งแต่ 1 ม.ค.69
Impact Insight
-
คาด Outlook กำไรปกติ 2Q69 โดยรวมน่าจะยังทรงตัวได้ในระดับสูงต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักมาจาก PTTEP ที่ถึงแม้จะกำหนดสมมติฐานสงครามจบ ราคาน้ำมันลดลงจากปัจจุบันมีนัยฯ แต่แนวโน้มกำไรปกติก็ยังจะดีใน 2Q69 เพราะในเดือนเม.ย. จะรับผลบวกเต็มที่จากราคาน้ำมันระดับสูงในช่วงเดือน มี.ค. ซึ่งปกติจะมี lag-time จากราคาดูไบราว 1-2 เดือน นอกจากนี้ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมีโดยเฉพาะสายโอเลฟินส์คาดจะรับผลบวกจาก spread ที่อยู่สูงในเดือน มี.ค. – เม.ย. เพราะการกำหนดราคาขายส่วนใหญ่เป็นการกำหนดล่วงหน้าราว 1 เดือน ทำให้จะได้รับประโยชน์จากสงครามในงวด 2Q69 ส่วนธุรกิจโรงกลั่นคาดกำไรปกติจะถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีนัยฯ และรับรู้ผลกระทบจากภาครัฐที่ให้โรงกลั่นลดราคาหน้าโรงกลั่นซึ่งปัจจุบันมีกำหนดถึง 19 พ.ค. แต่โดยรวมคาดว่าจะยังยืนได้ระดับที่ดี อย่างไรก็ตามในส่วนของ bottom line คาดผลกระทบจากทั้งกำไรสต็อกน้ำมัน และขาดทุน hedging จะไม่สูงมีนัยฯ เช่นในงวด 1Q69
Execution
-
ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2569 มาอยู่ที่ 45 บาทต่อหุ้น (เดิม 42 บาท) ตามการปรับมูลค่าพื้นฐานของบริษัทลูกๆ ปีก่อนหน้านี้ โดยภาพใหญ่ยังคงชอบ PTT จากการเป็น Holding Company ที่มีการ Diversified ธุรกิจ สร้างกำไรได้มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวนที่เกิดขึ้นในระดับที่ดี นอกจากนี้ยังมีปันผลสูงจูงใจ Dividend Yield ต่อปีราว 6-7% จึงแนะนำซื้อ โดยหาจังหวะทยอยสะสมตอนราคาหุ้นปรับฐานเพื่อรับปันผลระหว่างกาลรอบใหม่








