บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Siam Wellness Group (SPA.BK/SPA TB)
กำไร 1Q69 พลิกกลับมาเติบโต YoY
Event
SPA รายงานกำไรปกติ 1Q69 ที่ 56 ล้านบาท (+9% YoY และทรงตัว QoQ) การที่กำไรต่ำกว่าเราคาด 8% (เราคาดที่ 60 ล้านบาท) หลัก ๆ จาก gross margin ต่ำกว่าคาดและคชจ. SG&A ที่สูงกว่าคาด กำไร 1Q69 ปัจจุบันคิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรปี 2569F ของเรา
Impact
กำไร 1Q69 พลิกกลับมาเติบโตดี YoY
SPA รายงานกำไร 1Q69 พลิกกลับมาโต YoY ได้อีกครั้งที่ 56 ล้านบาท (+9% YoY และ +0.2% QoQ) หลังจากลดลง 30–40% YoY ต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รายได้ที่ 483 ล้านบาท (+27% YoY) กสูงกว่าเราคาดเล็กน้อยจาก SSSG ฟื้นตัวเป็นบวก 10% (เราคาด +8%) หนุนจากอุปสงค์นักท่องเที่ยวเอเชียที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนซึ่งคิดเป็น 40% ของรายได้รวม นอกจากนี้ การขยายสาขาเพิ่มเป็น 92 สาขา (+15% YoY) จาก 80 สาขาใน 1Q68 ยังช่วยดันให้รายได้เติบโตดีด้วย
อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด
อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) 1Q69 ที่ 27.3% (+1.6ppts) ต่ำกว่าเราคาด (เทียบกับ 28.9% ใน 1Q68 และ 26.2% ใน 4Q68) สาเหตุหลักมาจากต้นทุนผันแปรที่สูงกว่าคาด ได้แก่ การแบ่งรายได้ให้พนักงานนวด ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคาที่สาขาใหม่ ขณะที่ คชจ. SG&A ยังสูงกว่าคาด 11% จากค่าโฆษณาและต้นทุนพนักงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนคชจ. SG&A/revenues อยู่ที่ 11.7% และอัตรากำไรสุทธิ (net margin) ต่ำลงที่ 11.6% (จาก 13.4% ใน 1Q68 และ 11.8% ใน 4Q68)
คาดกำไร 2Q69F จะโตต่อเนื่อง
กำไร 1Q69 ปัจจุบันคิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรปี 2569F ของเรา ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569F ที่ 250 ล้านบาท (+32% YoY) โดยที่เราคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาสของปีนี้จาก SSSG ใน 2Q69F เชิงบวกเป็นเลขสูงหลักเดียวหนุนจากนักท่องเที่ยวเอเชียเติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน บวกกับการรับรู้รายได้เต็มปีจาก 11 สาขาที่ได้เปิดไปแล้วปีก่อนและการขยายสาขาต่อเนื่องในปี 2569F
Valuation and action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” SPA ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท อิงจาก PER ปี 2569F ที่ 20x (ค่าเฉลี่ยในอดีต – 1 S.D.) ปัจจุบัน SPA เทรด PER ปี 2569F ที่ 16x และ PEG ratio เพียง 0.5x (จากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 1.0x) ขณะที่ แนวโน้มกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งซึ่งเรามองว่าตลาดสะท้อน valuation ดังกล่าวยังไม่เต็มที่
Risks
จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า, ความรวดเร็วในอัตราการเติบโต GDP, ราคาต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ








