บล.เอเซีย พลัส:

HELTH ไตรมาส 2…ตัวไหนดี ? (Neutral)

Flash Points

  • รายได้กลุ่ม รพ. งวด 1Q69 ที่ฝ่ายวิจัยศึกษา เพิ่มเล็กน้อย 1%YoY แต่ลดลง 2%QoQ ตามฤดูกาล จากผลกระทบรอมฎอนและสงครามอิหร่านที่กดดันผู้ป่วยนอก อย่างไรก็ตามผู้ป่วยในยังเติบโตดีจากข้อจำกัดการเดินทางที่ทำให้คนไข้ต้องรักษาต่อเนื่อง PR9 และ BH เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดย PR9 +4%YoY จากดีมานด์ผู้ป่วยตะวันออกกลาง (ME) ก่อนรอมฎอน รวมถึงผู้ป่วยเมียนมาร์, ลาว และเคสซับซ้อนคนไทยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ BH +1%YoY จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นหลัก ส่วน BDMS และ BCH รายได้ทรงตัวจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนตัวและฐานโรคระบาดสูงปีก่อน ด้านต้นทุนรวมของกลุ่มฯ เพิ่มขึ้น 2%YoY จากการขยายบริการกดดันกำไรกลุ่มฯ ลดลง 5%YoY และลดลง 2%QoQ โดย BCH หดตัวมากสุด 19%YoY ขณะที่ BH เป็นรายเดียวที่กำไรเติบโต 3%YoY จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

Impact Insight

  • แนวโน้ม 2Q69 คาดว่า BH และ PR9 จะโดดเด่นกว่ากลุ่มฯ ลุ้นฟื้นตัว QoQ จากการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME ที่เร็วกว่าคาด โดยเฉพาะกาตาร์ และ UAE ที่เริ่มกลับมาตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน และสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยใกล้ระดับปกติ อีกทั้งผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นเคสที่มีความซับซ้อนสูง ช่วยหนุน Revenue Intensity ขณะเดียวกันผู้ป่วยเมียนมาร์ และบังกลาเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง ชดเชยการชะลอตัวของผู้ป่วยกัมพูชาและจีน ส่วนผู้ป่วยไทยทรงตัวตามเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้การรักษาที่ไม่เร่งด่วนถูกเลื่อนออกไป และเป็นช่วง Low Season อย่างไรก็ดี สัดส่วนเคสซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นช่วยพยุงรายได้และมาร์จิ้นได้บางส่วน

Execution

  • ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนัก “เท่าตลาด” สำหรับกลุ่ม รพ. โดยเลือก PR9 เป็น Top Pick แทน BCH จากการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME เร็วกว่าคาด, การเติบโตของผู้ป่วยเมียนมาร์ และจำนวนเคสซับซ้อนของผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนสูงขึ้นจากการขยายศูนย์ใหม่ฯ แต่คาดจะชดเชยได้จากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่มีมาร์จิ้นสูง ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 22.00 บาท ซึ่งมี Upside ราว 38% มองราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการ สำหรับ 2H69 แนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรกจาก Pent-up demand กลุ่ม ME หากไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม รวมถึงแรงหนุนผู้ป่วยเมียนมาร์ และ High Season ของผู้ป่วยไทย

- Advertisement -