บล.เอเซีย พลัส:

BANK&NON-BANK สู้ต่อ…เราช่วย (Neutral)

Flash Points

  • ธปท. ขอให้ ธ.พ. และ บ. ในกลุ่ม (อาทิ TIDLOR) ช่วยเหลือลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” (YFWH) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเปิดทางให้คงค่างวดที่ 50% ของค่างวดเดิม จากเงื่อนไขที่จะต้อง Step up เป็น 70% ปีนี้ และ 90% ปีถัดไป ช่วยลดความเสี่ยงในการตกชั้นของลูกหนี้

  • ณ 31 ต.ค. 68 (ปิดลงทะเบียน 30 ก.ย. 68) มีมูลหนี้เข้าร่วม YFWH ราว 6.2 แสนล้านบาท (สัดส่วนราว 3.8% ของสินเชื่อทั้งระบบ) หรือ 9.4 แสนราย หลักๆ เป็น สินเชื่อ รถ 3.1 แสนราย, บ้าน 2.5 แสนราย และ SME 1.7 แสนราย

  • Targeted relief ข้างต้น ประคองเฉพาะกลุ่มเปราะบางเดิม สะท้อนความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ยังคงกระจุกตัว มากกว่ากระจายตัวเป็นวงกว้าง ภายใต้แรงกดดันจาก Cost push inflation (พ.ค. CPI +2.8% และ PPI +8.5% YoY)

Impact Insight

  • มาตรการช่วยเหลือ อาจทำให้ตลาดมองลบในช่วงแรก จากความเปราะบางของลูกหนี้บางกลุ่ม แต่ในอีกด้านบ่งชี้ความเสี่ยง NPL จากการ Step up ได้รับการป้องกันล่วงหน้าแล้ว เสริมจากที่กลุ่ม ได้มีการกันสำรองรองรับส่วนนี้แล้ว

  • แม้ปกติ ธ.พ. มีแนวทางช่วยเหลือลูกหนู้อยู่แล้ว แต่มองการออกเป็นประกาศของ ธปท. ช่วยให้แนวทางปฏิบัติ สำหรับลูกหนี้ใน YFWH เป็นไปในทางเดียวกัน

  • การคงค่างวด ทำให้เทอมชำระหนี้อาจยาวขึ้นเล็กน้อย แม้มีแนวโน้มกระทบต่อ Yield on loan อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัย มองว่า ”อรรถประโยชน์” จาก คุณภาพสินทรัพย์ และ Credit cost ที่ผ่อนคลายขึ้น มีน้ำหนักมากกว่า

  • คงมุมมอง YFWH จะดีต่อสินเชื่อรถยนต์มากกว่าบ้าน เพราะสัญญาสั้นกว่า (5 – 7 ปี VS 20 – 30 ปี) การผ่อนต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มสัดส่วนความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ ลดโอกาสถูกยึดรถและความเสี่ยงต่อราคารถมือสองในระยะถัดไป

  • มุมมองข้างต้น สอดคล้องกับทิศทาง NPL พอร์ตเช่าซื้อรถยนต์ ทั้งระบบ ณ สิ้นงวด 1Q69 ที่ทยอยปรับลงสู่ 1.9% จาก 2.2% ณ สิ้นปี 2567 ในขณะที่ NPL สินเชื่อบ้าน อยู่ที่ 3.8% เทียบกับ 3.7% ณ สิ้นงวด 4Q67

  • ปรับเพิ่ม FV ของ ธ.พ. ที่มีพอร์ตรถยนต์สูง (ตารางหน้า 2) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของพอร์ตรถยนต์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดย FV ใหม่ของ KKP อยู่ที่ 95 บาท, TISCO ที่ 117 บาท และ TTB ที่ 2.50 บาท

  • ส่วน ธ.พ. อื่น ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักเชิงบวกกับ KBANK มากสุด จากฐานลูกค้า SME ที่ใหญ่กว่า ส่วน Non – Bank มีเพียง TIDLOR ที่เข้าเงื่อนไข

Execution

  • แม้ KKP ได้ประโยชน์จากมาตรการมากกว่ากลุ่มฯ แต่ราคา YTD นำกลุ่มพอควร จึงมอง TTB ซึ่ง PBV ยังถูกกว่า มีโอกาส Trading ระยะสั้นได้ดีกว่า

  • ธีมหลักของกลุ่มฯ คงเน้น ธ.พ. ใหญ่ ที่ได้ประโยชน์จากทิศทางการฟื้นตัวของ NIM ตั้งแต่ 2H69 และมี Coverage ratio สูง มีแนวโน้มรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีกว่า อย่าง KTB รวมถึง KBANK และ BBL เป็น Catch-up play

ผ่อนหนักเป็นเบา

มาตรการช่วยเหลือนอกจาก YFWH ตามหน้าแรก ทาง ธปท. มีแผนขยายเวลาให้ลูกหนี้ในโครงการ พักทรัพย์ พักหนี้ “Asset warehousing” (ปี 2564) ซื้อทรัพย์สินคืน (ระยะเวลาซื้อคืนไม่เกิน 5 ปี หลังร่วมโครงการ) มูลค่าคงค้างของ Asset warehousing หลังปิดรับเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ 7.4 หมื่นล้านบาท (บันทึกใน NPA) หากพิจารณาสัดส่วน NPA กลุ่มฯ ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.7% ของสินทรัพย์กลุ่มฯ ทำให้ประเมินผลต่องบดุลทั้งระบบจำกัดภาพรวมมาตรการช่วยเหลือ มองว่า ธ.พ. ที่พอร์ตฯ เอียงไปรถยนต์จะได้ประโยชน์มากกว่า นำโดย KKP ที่มีสัดส่วนมูลหนี้เข้า YFWH ราว 4% ของพอร์ตสินเชื่อ รองมาคือ TTB ที่ 3% ของพอร์ตสินเชื่อ ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่ม FV ของ ธ.พ. ที่มีพอร์ตรถยนต์สูง เพื่อสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของพอร์ตรถยนต์ที่แนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้น ดังรูปด้านล่าง

- Advertisement -