บล.เอเซีย พลัส:

SCC ขาย CAP เร่งลดหนี้ เตรียมกระสุนลงทุน LSPE (Trading)

Flash Points

  • SCC เปิดเผยว่า SCGC ได้ทยอยขายหุ้น Chandra Asri Pacific (CAP) ผ่านทั้งกระดานหลักและ Big-Lot Board ในตลาดหุ้นอินโดนีเซียช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2569 รวมสัดส่วน 14.86% มูลค่าราว 24,900 ล้านบาท สูงกว่าที่เคยประกาศแผนขายไว้เดิมที่ 10.57% โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดผู้ซื้อหุ้นผ่าน Big-Lot Board ทั้งนี้ ธุรกรรมเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนของ CAP ระหว่างวันที่ 4 ก.พ.–3 พ.ค. 2569 เพื่อช่วยพยุงราคาหุ้น CAP ในตลาด หลังการขายดังกล่าว SCGC จะเหลือถือหุ้น CAP อีก 15.71%

  • ธุรกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผน Deleverage ที่ SCC สื่อสารต่อนักลงทุนมาตั้งแต่ปี 2568 โดยมีเป้าหมายลดภาระหนี้และนำเงินไปลงทุนในธุรกิจหลักที่เป็นแหล่งการเติบโตในอนาคต เช่น โครงการเพิ่มการใช้ก๊าซอีเทนของ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม ขณะที่ทางบัญชี SCC ระบุว่าธุรกรรมนี้จะรับรู้ในงบฐานะการเงินตามมาตรฐานบัญชี โดยไม่ส่งผลกระทบต่องบกำไรขาดทุน ซึ่ง SCC ได้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน CAP และบันทึกเป็นกำไรพิเศษไปแล้วตั้งแต่งวด 2Q68

Impact Insight

  • ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อธุรกรรมครั้งนี้ แม้จะไม่เกิดกำไรพิเศษเพิ่มเติม แต่ SCC สามารถปลดล็อกสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องจำกัดได้สำเร็จ โดยธุรกรรมครั้งนี้ประเมินว่า SCC ขายหุ้น CAP ได้ที่ราคาเฉลี่ยราว 907.5 IDR/หุ้น ต่ำกว่าราคาปิดวันที่ 5 มิ.ย. ที่ 1,305 IDR/หุ้น หรือคิดเป็น Discount 30.5% ถือเป็นระดับที่เข้าใจได้เมื่อพิจารณาว่าเป็นการขายหุ้นจำนวนมากในตลาดที่สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ

  • ก่อนหน้านี้ SCC มีข้อจำกัดในการทยอยขายหุ้น CAP ผ่านกระดานหลัก เนื่องจากสภาพคล่องซื้อขายต่ำมาก จึงอาจต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีในการระบายหุ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาหุ้น CAP ปรับตัวลงมากกว่า 80% จากจุดสูงสุด ทำให้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหลังสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้ SCC สามารถขายหุ้นได้เร็วขึ้นและเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อนำไปลดหนี้และรองรับการลงทุนโครงการ LSPE มูลค่า 500 MUSD ซึ่งเป็นโครงการสำคัญต่อศักยภาพการแข่งขันระยะยาวของธุรกิจปิโตรเคมี

Execution

  • ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ Trading ประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี DCF ที่ 250 บาท แม้ระยะสั้น SCC ยังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มกำไร 2Q69 ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบปิโตรเคมีและสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ระยะกลาง-ยาวยังมีมุมมองบวก จากแนวโน้มภาวะ Oversupply สาย Olefin ที่อาจคลี่คลายเร็วขึ้น รวมถึงความร่วมมือกับ PTTGC ที่จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันในอนาคต

- Advertisement -