บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Bank Sector การเติบโตสินเชื่อฟื้นตัว (Overweight Upgraded)

Event 

อัปเดตแนวโน้ม  

Impact 

วัฏจักรการลงทุนจะผลักดันให้การเติบโตสินเชื่อฟื้นตัว 

ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคต่าง ๆ ชี้ให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยทั้งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐมีการเติบโตแข็งแกร่งเสริมด้วยการบริโภคที่ฟื้นตัวขึ้น เราคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกนี้จะดีต่อเนื่องไปในเดือนต่อไป ผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรัฐที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยต่อเนื่องในการเติบโตสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่เห็นการโตในไตรมาส 1/69 นอกจากนี้ คาดว่างบประมาณการลงทุนของรัฐบาลจะเบิกจ่ายได้ในอีก 2-3 เดือนหน้า ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันการโตสินเชื่อกระจายตัวมากขึ้น แนวโน้มนี้น่าจะเป็นผลดีต่อ BBL SCB KTB KBANK  

LDR ต่ำสุดในรอบ 10 ปี พอที่จะรองรับสินเชื่อเติบโตราว 5-6% โดยไม่ต้องขยายฐานเงินฝาก 

ขณะนี้ธนาคารทุกแห่งมีเงินฝากจำนวนมากและคงมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ สะท้อนให้เห็นจากตัวเลขสัดส่วนสินเชื่อ/เงินฝาก (LDR) กลุ่มธนาคารแตะจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 82% (Figure 3-4) การที่ LDR ต่ำลงชี้ว่ายังมีสภาพคล่องสูงอยู่ โดย LDR ปัจจุบันของ BBL อยู่ที่ 74% และ SCB ที่ 80% แสดงว่าสามารถขยายสินเชื่อได้มากกว่าคู่แข่ง โดยไม่ต้องขยายฐานเงินฝาก หากอิงตามค่าเฉลี่ย LDR ในอดีตที่ราว 87% ฐานเงินฝากปัจจุบันจะช่วยให้ธนาคารสามารถขยายสินเชื่อได้สูงสุดถึง 5-6% ทั้งนี้ LDR ปัจจุบันของ BBL ที่ 74% นั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 80% ขณะที่ LDR ปัจจุบันของ SCB ที่ 80% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 86%) ในทางกลับกัน ทั้ง KTB และ KBANK น่าจะได้ประโยชน์น้อยกว่าเพราะมีสภาพคล่องส่วนเกินที่ต่ำกว่าทำให้การขยายสินเชื่อในอนาคตต้องอาศัยการขยายฐานเงินฝากอีก  

การปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมกระทบรายได้และกำไรของธนาคารเล็กน้อย 

หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทบทวนรายการค่าธรรมเนียมหลักๆ ใหม่แล้ว ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จึงต้องปรับตัวในด้าน i) การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมตู้ ATM ข้ามเขตและการโอนเงินผ่านเครือข่ายสาขา ii) การลดค่าธรรมเนียมบริการ BAHTNET iii) การลดค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าบัตรเครดิต (cash advance fee) ลงเหลือ 2.5% (จาก 3%) iv) การกำหนดค่าธรรมเนียมมาตรฐาน ATM รายปีให้น้อยกว่า 150 บาท และ v) การยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอใบแจ้งยอดบัญชีออนไลน์ (e-Statement) โดยเราเชื่อว่ามาตราการดังกล่าวน่าจะกระทบกำไรของธนาคารในวงจำกัด ในบรรดามาตรการเหล่านี้ การลดค่าธรรมเนียม BAHTNET และค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าน่าจะส่งผลกระทบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ดี เมื่อประเมินจากปริมาณธุรกรรมต่าง ๆ และมูลค่าการชำระเงินในแต่ละช่องทางแล้ว เราประเมินว่ารายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงจะอยู่ราว 2 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มีนัยสำคัญ เพราะคิดเป็นเพียงราว 1% ของกำไรสุทธิรวมต่อปีของทั้งกลุ่มธนาคารเท่านั้น 

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และกันสำรองเพิ่มขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุน

- Advertisement -