บล.กสิกรไทย:
Banking Sector Virtual banks: มองหาผู้ชนะ
- Virtual banks กำลังจะมา หลังจากที่ ธปท. อนุมัติใบอนุญาต VBs จำนวน 3 รายในปี 2568 โดย CLICX ซึ่งมี KTB, ADVANC และ OR เป็นผู้ถือหุ้น คาดว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่เปิดให้บริการในเดือนมิ.ย. 2569 ขณะที่กลุ่มพันธมิตรที่นำโดย SCBX และ VBs ของกลุ่ม CP ได้เลื่อนแผนเปิดดำเนินการออกไปเป็นช่วงปลายปี 2569 และปี 2570 ตามลำดับ เรามองว่าความล่าช้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างแพลตฟอร์มการดำเนินงานที่สามารถขยายตัวได้ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ธปท. อาจเป็นเรื่องที่ยากกว่าการได้รับใบอนุญาต ทั้งนี้ เราประเมินว่าตลาดเป้าหมายของ VBs อยู่ที่ประมาณ 35 ล้านคน ประกอบด้วยลูกค้าที่ยังไม่เข้าถึงบริการธนาคาร (unbanked) 10 ล้านคน และลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เพียงพอ (underbanked) 25 ล้านคน
- คาดผลกระทบค่อย ๆ เกิดขึ้น เราคาดว่า VBs จะส่งผลกระทบต่อธนาคารเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เราคาดว่าสินทรัพย์รวมของ VBs ทั้ง 3 รายจะคิดเป็นเพียง 1-2% ของสินทรัพย์รวมทั้งระบบธนาคารในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินงาน นอกจากนี้ ประเทศไทยมีการใช้งานบริการธนาคารดิจิทัลในระดับสูงอยู่แล้ว โดยมีบัญชี Mobile Banking มากกว่า 100 ล้านบัญชี และธนาคารเดิมมีแพลตฟอร์ม Mobile Banking ที่แข็งแกร่ง การแข่งขันจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ เช่น สินเชื่อ SME สินเชื่อบุคคล ระบบการชำระเงิน และธุรกิจค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่าง ๆ
- บทเรียนจากผู้ชนะระดับโลก ประสบการณ์จากต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ การใช้ข้อมูลทางเลือก ความสามารถในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้า และพิจารณาสินเชื่อ เราได้ศึกษากรณีของ VBs ที่ประสบความสำเร็จ 3 ราย (Nubank, KakaoBank และ WeBank) และกรณีที่ไม่ประสบความสำเร็จ 3 ราย (Volt Bank, Xinja และ Moven) โดยทั่วไป VBs ที่ประสบความสำเร็จสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 2-8 ปี และสร้างขนาดธุรกิจที่มีนัยสำคัญก่อนที่จะสร้างผลตอบแทน ปัจจุบัน Nubank ให้บริการลูกค้ามากกว่า 130 ล้านราย และมี ROE ราว 33% ขณะที่ KakaoBank มีอัตราการเข้าถึงลูกค้าประมาณ 50% ของประชากรในเกาหลีใต้ ในทางกลับกัน VBs ที่ไม่ประสบความสำเร็จมักเผชิญปัญหาในการสร้างรายได้จากลูกค้า การขยายธุรกิจสินเชื่อให้มีขนาดเพียงพอ หรือการได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุนในระยะยาว
- การสร้างกำไรต้องใช้เวลา การวิเคราะห์ภายใต้หลายสมมติฐานของเราชี้ให้เห็นว่า VBs อาจใช้เวลา 5-10 ปีจึงจะถึงจุดคุ้มทุน ขึ้นอยู่กับระดับการเข้าถึงลูกค้า ความสามารถในการสร้างรายได้จากลูกค้า อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ และคุณภาพสินทรัพย์ ภายใต้กรณีฐานของเรา อัตราการเข้าถึงลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของตลาดเป้าหมายภายในปี 2579 ส่งผลให้มีลูกค้ารวม 17.3 ล้านราย สินเชื่อรวม 3.79 แสนลบ. และเงินฝากรวม 4.28 แสนลบ. โดยเราประเมินว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 7-8 ปี และมี ROE ระยะยาวที่ 14% ภายใต้กรณีเชิงบวกอัตราการเข้าถึงลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% สินเชื่อจะขยายตัวเข้าใกล้ระดับ 7 แสนลบ. และ ROE จะเพิ่มขึ้นเป็น 26% ขณะที่ภายใต้กรณีเชิงลบ อัตราการเข้าถึงลูกค้าจะอยู่ที่เพียง 30% สินเชื่อรวมจะอยู่ที่ 1.35 แสนลบ. และ ROE จะอยู่ที่เพียง 5% เท่านั้น
มุมมอง KS
- เรายังมีมุมมอง เป็นกลาง ต่อกลุ่มธนาคาร
- เราเชื่อว่าธนาคารที่เข้าร่วมธุรกิจ VB (KTB และ SCB) จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์จากธีมนี้ เนื่องจากเราเชื่อว่าทั้งสองธนาคารอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการได้รับประโยชน์จากupside ของธุรกิจ VBs และมี downside ที่จำกัด หากธุรกิจดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ
- เรายังปรับมุมมองต่อกลุ่มธนาคารขึ้นเป็น “กลาง” โดยยังเลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น กลุ่มธนาคารให้ผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนี SET อยู่ 13% เชิง YTD ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่อ่อนแอไปแล้ว แต่ downside risk จำกัดมากขึ้นจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและคาดการเติบโตของสินเชื่อจะฟื้นตัวตามกิจกรรมการลงทุนและกระแส FDI
หุ้นเด่น
- KTB “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท
- KKP “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 105.00 บาท








