ฟื้นตัวต่อ ระหว่างรอลุ้นส่งออกไทย / / 1,545–1,570

คาด SET Index ฟื้นตัว: แรงหนุนจากผลประกอบการของ Micron Technology การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ รวมถึง การคาดการภาพเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปจากที่ประชุม กนง. ขณะที่รอลุ้นตัวเลขส่งออก คาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ส่งออกได้ดีต่อเนื่อง

กลยุทธ์การลงทุน

1) กนง.คงดอกเบี้ย: KBANK, KTB, SCB, BBL

2) Anti-comm.+คลายกังวลตะวันออกกลาง: BDMS, BGRIM, BH, GPSC, MINT, SCGP, TOA

3) มาตรการภาครัฐ+ Domestic Play: AMATA, CK, STECON, DELTA, HANA, KCE, WHA, ADVANC, TRUE, INSET, PT, CENTEL, AAV, BA, AOT, CPN

4) ลุ้นตัวเลขส่งออก: ITC, TU, CPF, TFG, NER, STA

Micron งบดี แถมมีน้ำมันชะลอช่วยหนุน : คาดตลาดรับ Sentiment บวกจาก 1) การประกาศผลประกอบการของ Micron Technology ออกมาดีกว่าตลาดคาด พร้อมชี้ว่าอุปสงค์ในชิปความจำยังขยายตัวแข็งแกร่ง มองจะกลับมาหนุนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ 2) ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงมาที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้กับช่วงก่อนเกิดสงครามมาก หลังทรัมป์ประกาศว่าอิหร่านจะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ กับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ Hormuz ช่วยคลายความกังวลในส่วนของต้นทุนพลังงานที่จะเพิ่มขึ้นแม้มีการเปิดช่องแคบดังกล่าว มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นแต่เป็นบวกกับ Sentiment การลงทุน

กนง.คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด พร้อมชี้โอกาสไทยโต : ที่ประชุม กนง. มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% โดยเห็นว่านโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลาย และ การใช้มาตรการเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจ สิ่งที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ คือ ที่ประชุมมีการปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.3% โดยส่วนประกอบใน GDP ที่น่าสนใจซึ่งถูกปรับเพิ่มการขยายตัว ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชน และ การบริโภค สู่ระดับ 2.6% และ 6% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% และ 3.0% ตามลำดับ เบื้องต้นเป็นการคาดการณ์บนราคาน้ำมันดิบดูไบที่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีความเป็นไปได้ที่เราจะเห็นภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า 2.3% ในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มองเป็นแรงหนุนต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจระยะถัดไป นอกจากนี้ภาพนโยบายการคลังที่อาจผลักดันมาตรการต่างๆออกมาในครึ่งหลังของปี เป็นอีกแรงหนุน Upside ของระบบเศรษฐกิจเช่นกัน มองเป็นบวกกับหุ้นกลุ่ม Domestic และ ธนาคาร

ลุ้นตัวเลขส่งออกไทยเดือน พ.ค.69 : โดยตลาดคาดตัวเลขส่งออกจะขยายตัว 12.70%y-y ลดลงจากในเดือนก่อนที่ 23.10%y-y โดยสินค้าส่งออกที่น่าสนใจซึ่งขยายตัวได้ดีในเดือนก่อน ได้แก่ สิ่งปรุงรส อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง และ อุปกรณ์/ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ มองบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) เผยเห็นด้วยในหลักการต่อการรับรองระบบแบ่งพื้นที่ปลอดโรคไข้หวัดนกของไทย พร้อมรับพิจารณาการขยายขอบข่ายนำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อโคปรุงสุก รวมถึงสินค้าใหม่ในกลุ่มผลพลอยได้จากสัตว์ปีก

(+) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันแล้วว่าจะมีการผลักดันโครงการ Co-payment (ค่าใช้จ่ายร่วม) หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีในชื่อ “เราเที่ยวด้วยกัน”หรือ”เที่ยวไทยคนละครึ่ง” กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

(+) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลังเผยเสถียรภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้ไทยไม่มีแรงกดดันต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหมือนหลายประเทศ และค่าเงินบาทของไทยยังถือว่ามีเสถียรภาพและผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น แม้สภาวะการเงินโลกจะตึงตัวขึ้น

Picks of the day

CPN (BUY)

  • เป้าหมาย: 67.75 / 69.25 แนวรับ: 64.50 / 65.50

  • คาดกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต: มีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการที่เปิดในช่วงปลายปี 2568 และแผนเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่องในปีนี้รวม 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (พ.ค. 69), เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (ก.ค. 69), ส่วนขยาย Luxury Zone ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต (4Q69) ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแกร่งมากด้วย Net D/E เพียง 0.40 เท่า
  • รับ Sentiment บวกนักท่องเที่ยวฟื้นตัวและมาตรการรัฐ: จากแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวแรงกว่า 38% ในช่วงต้นปี เสริมด้วยโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวใหม่ เช่น “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หนุนใน Traffic ดีต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการลงทุนขยายพื้นที่เช่าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทุ่มงบ 6,000 ล้านบาทขยาย Mega Bangna สู่ห้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

MINT (BUY)

  • เป้าหมาย: 25.00 / 25.50 แนวรับ: 23.80 / 24.20

  • สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มดีขึ้น: โดยความเสี่ยงที่ลดลงจะช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ลดแรงกดดันต่อต้นทุนน้ำมัน และค่าโดยสารเครื่องบิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต้องการท่องเที่ยวในยุโรป
  • แนวโน้มRevPAR เติบโต 2-3%ใน 2Q69: จากแรงหนุนของความต้องการท่องเที่ยวในยุโรปที่ยังแข็งแกร่ง จากอัตราการเข้าพักที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ จำนวนโรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารภายในครึ่งปี 2569 สามารถเซ็นสัญญาได้มากกว่า 30 แห่งสนับสนุนเป้าหมายของทั้งปี 2569 ที่ 50 สัญญาสะท้อนคุณภาพการเติบโตที่อาจดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้
- Advertisement -