บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
STECON Group (STECON.BK/STECON TB)*
คาดกำไร 2Q69F จะเด่นเป็นพิเศษ (Outperform Maintained)
Event
ปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่
Impact
ประมาณการกำไร 2Q69F เบื้องต้น
เราคาดกำไร 2Q69F จะพีคของปีราว +/-850 ลบ.หนุนหลักจากเงินปันผลพิเศษของ Gulf Development (GULF.BK/GULF TB)* ที่ 3.25 บาท/หุ้น (มูลค่ารวม 736 ลบ.) ขณะที่ คาดกำไร 1H69F ราว 1.2 พันลบ. (68% ของกำไรทั้งปีของเรา) บริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์ช่วงสัปดาห์แรกของ ส.ค. 69 เพื่ออัปเดตแนวโน้ม 2Q69 และให้ guidance กำไรเบื้องต้น ณ สิ้น 1Q69 บริษัทมี backlog ราว 1.23 แสนลบ. (รวมโครงการสนามบินอู่ตะเภามูลค่า 2.7 หมื่นลบ.) ซึ่งเพียงพอที่จะทยอยรับรู้รายได้ใน 3 ปีข้างหน้า เร็ว ๆ นี้ บริษัทได้รับงานมูลค่า 435 ลบ. เพื่อยกระดับธุรกิจ EV bus) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
STECON ยังคงให้ guidance รายได้ปี 2569F ที่ 3.5 หมื่นลบ. (1Q69 รับรู้ไป 21%) ด้วย gross margin ที่ 7% และ backlog ใหม่มูลค่า 5 หมื่นลบ. (14% ของเป้าทั้งปี ณ สิ้น 1Q69) เดิมเราใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมที่คาด gross margin ทั้งปีที่ 7.0% (1Q69 ที่ 7.8%) และสัดส่วนคชจ. SG&A/sales ที่ 3.8% (จาก 3.5% ใน 1Q69) ซึ่งรวมปัจจัยราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่เนื่องเรามองว่าบริษัทฯสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐาน gross margin ปี 2569F ขึ้นที่ 7.2% และปรับลดสัดส่วน SG&A/sales ลงที่ 3.6% เรายังคงประมาณการรายได้ที่ 3.5 หมื่นลบ. และเงินปันผลรับจาก GULF ที่ 736 ลบ. โดยที่กำไรสุทธิใหม่ปี 2569F ของเราจะเพิ่ม 6% ที่ 1.74 พันลบ. ส่วนปี 2570F กำไรจะเพิ่มขึ้น 13.5% มาที่ 1.48 พันลบ. โดยคาดรายได้เติบโต 10% (เดิม 7%) มาร์จิ้นดีขึ้น และเงินปันผลรับจาก GULFเพิ่มเป็น 340 ลบ. (DPS ที่ 1.50 บาท จากเดิม 1.20 บาท)
แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนเป็นบวก
เราคาดว่า Gross Fixed Capital Formation โตต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ติดลบ 0.3% เป็น +4.9% ปี 2568 และ 5.9% ปี 2569F ผลักดันหลักจากการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าจะปรับจากติดลบ -2.0% ปี 2567 และปี 2568 ที่ -1.6% เป็นเติบโต +5.9% ในปี 2569F นอกจากนี้ ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนรายเดือนยังขยายตัว YoY ต่อเนื่องตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ STECON คาดหวังไว้สูงถึงวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนขาขึ้นรอบใหม่ โดยเฉพาะในภาคดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวม 7.46 แสนลบ. (+394% YoY) และโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วมีมูลค่าราว 6.23 แสนลบ.(+517% YoY) เพื่อรองรับตลาด Data Center ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทาง BOI ได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาและอนุมัติโครงการ Data Center โดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน STECON ก็ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจก่อสร้าง Data Center ร่วมลงทุนในโครงการ Data Center ที่มีศักยภาพสูง รวมถึงให้บริการ total solution และพัฒนาระบบนิเวศ (ecosystem) สำหรับ Data Center แห่งใหม่
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 20.50 บาท ตามประมาณการกำไรหลักใหม่ของเราและอิงจาก PE ปี 2570F ที่ 21x (ค่าเฉลี่ย) จากเดิม 16.40 บาท
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ







